Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 17 April 2017 09:44

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนมีนาคมลดลง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยเป็นการได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของราคาพลังงาน และค่าใช้จ่ายในภาคบริการ อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 2.3% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2012 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PPI ทรงตัวเมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบรายปี ด้านดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหาร,พลังงาน และภาคบริการเพิ่มขึ้น 0.1% (mom) หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก่อน และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PPI พื้นฐาน เพิ่มขึ้น 1.7% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนกุมภาพันธ์

ดัชนีราคาสินค้านำเข้าเดือนมีนาคมปรับตัวลงเท่ากับคาดที่ 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้วหรือในรอบ 7 เดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของราคาน้ำมัน  อย่างไรก็ดี ดัชนีราคานำเข้ายังคงได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นในระยะนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี และซีเรีย ขณะที่ดอลลาร์ได้ชะลอการแข็งค่า โดยเมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคานำเข้าเพิ่มขึ้น 4.2% (yoy) หลังจากเพิ่มขึ้น 4.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ ด้านดัชนีราคาส่งออกเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2011 หลังจากเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนก่อน

สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นในอัตราที่เท่ากับเดือนมกราคมที่ 0.3%   ขณะเดียวกัน สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ไม่รวมรถยนต์ ซึ่งใช้ในการคำนวณตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ทรงตัวเป็นเดือนที่ 2 ด้านยอดขายในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ 0.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมกราคม

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนมีนาคม ลดลง 0.3% จากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน และเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบกว่า 2 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนมกราคม2015 ซึ่งขณะนั้น ดัชนี CPI ทรุดตัวลง 0.6%โดยถูกกดดันจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน และรถยนต์ ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 2.4% (yoy) ซึ่งสูงกว่าระดับเป้าหมายที่ 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และหากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานลดลง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.0% (yoy)

ยอดค้าปลีกในเดือนมีนาคมลดลง 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน ต่อเนื่องจากที่ลดลง 0.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้รับแรงกดดันจากยอดขายที่ลดลงของบริษัทรถยนต์ และร้านอาหาร ขณะที่ยอดขายในห้างสรรพสินค้าปรับตัวขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกลดลง 0.1% อย่างไรก็ดี หากเทียบเป็นรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 5.2% (yoy) ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 0.5% หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนกุมภาพันธ์

นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ระบุ จะมีการยกประเด็นค่าเงินขึ้นมาหารือในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศ G20 ในสัปดาห์หน้า โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ว่า ในขณะนี้ดอลลาร์สหรัฐฯ "แข็งค่ามากเกินไป" ซึ่งบ่งชี้ว่า ทั้งนี้ คาดว่านายมนูชินอาจจะแสดงความต้องการที่จะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่มประเทศ G20 ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ ที่กรุงวอชิงตัน

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ระบุว่าจีนเป็นประเทศปั่นค่าเงิน แต่ก็มองว่าขณะนี้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่ามากเกินไป โดยระบุว่า ว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะประชาชนมีความเชื่อมั่นในตัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เอง ซึ่งท้ายที่สุดจะไม่เป็นผลดี โดยก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศแผนลดการขาดดุลการค้ากับจีน แต่เขาเปิดเผยว่า สหรัฐสามารถยอมรับการขาดดุลกับจีนได้ หากจีนให้ความช่วยเหลือในการจัดการกับเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ ในปี 2559 จีนมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐสูงสุดถึง 3.47 แสนล้านดอลลาร์ รองลงมาคือญี่ปุ่น 6.9 หมื่นล้านดอลลาร์ เยอรมนี 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และเม็กซิโก 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนอีกหลายๆประเทศในเอเชียก็เกินดุลการค้ากับสหรัฐเช่นเดียวกัน โดยเวียดนามเกินดุล 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และเกาหลีใต้ 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้พบปะกับกลุ่มผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นวอลมาร์ท เป๊ปซี่ โบอิ้ง ไอบีเอ็ม และจีเอ็ม โดยทรัมป์ได้เปิดเผยกับผู้บริหารเหล่านี้ว่า รัฐบาลสหรัฐขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการแก้ไขกฏหมายดอดด์-แฟรงค์ เพื่อให้ธนาคารต่างๆสามารถปล่อยกู้ได้สะดวกขึ้น ทังนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีเพื่อยกเครื่องกฎระเบียบทางการเงินของสหรัฐ อย่างไรก็ดี ทางการสหรัฐอาจมีการยกเลิกระเบียบบังคับบางส่วน หรือไม่ก็หาระเบียบอื่นมาแทนที่ แต่จะถือว่าเป็นการแก้ไขกฎหมายขนานใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการของสภาคองเกรส

 

ยุโรป: อังกฤษ

สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานว่า อัตราว่างงานของประเทศทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.7% ในเดือนธ.ค. 2559 - ก.พ. 2560 ขณะที่ดัชนีรายได้เฉลี่ย ซึ่งรวมโบนัส เพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนธ.ค.59-ก.พ.60 ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 2.2% ด้านค่าแรงที่ไม่รวมโบนัสเพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนธ.ค.-ก.พ. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จะเพิ่มเพียง 2.1% ส่วนจำนวนผู้ยื่นขอรับสวิสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น 25,500 รายในเดือนมีนาคม หลังจากที่ลดลง 6,100 รายในเดือนก่อนหน้า ตรงกันข้ามกับที่นักวิเคราะห์คาการณ์ว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานจะลดลง 3,000 ราย

 

เอเชีย : ญี่ปุ่น

นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า การที่เยนอ่อนค่าต่อไปอาจจะช่วยให้บีโอเจบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2 % ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ถึงแม้ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศหนุนให้เยนพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 5 เดือนเทียบดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงนี้ นายคุโรดะกล่าวย้ำว่า บีโอเจไม่ได้ตั้งเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนในนโยบายการเงิน และบีโอเจกำลังอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นภาวะเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี นายคุโรดะยอมรับว่า การอ่อนค่าของเยนมีประโยชน์ในการช่วยกระตุ้นภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งรวมถึงการทำให้ราคาสินค้านำเข้าพุ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าโดยรวมปรับสูงขึ้น

สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนก.พ. ซึ่งบ่งชี้ว่าการใช้จ่ายทุนได้ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานดังกล่าวต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนก.พ. หลังจากลดลง 3.2% ในเดือนม.ค.

 

จีน

สถานีโทรทัศน์ของทางการจีนเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีสี่ จิ้นผิงของจีนได้หารือถึงสถานการณ์เกาหลีเหนือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐทางโทรศัพท์ในวันพุธที่ผ่านมา  ปธน.สี่ย้ำว่า ควรจะหาทางยุติสถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีโดยใช้สันติวิธี ขณะที่การสนทนาทางโทรศัพท์เกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังจากปธน.ทรัมป์ และปธน.สี่ได้พบปะกันเป็นครั้งแรกในการประชุมสุดยอดที่ฟลอริดาในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ไทย

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) เผยผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดย Japan Credit Rating Agency(JCR) เมื่อวันที่ 3 เม.ย.60 ว่า JCR ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้รัฐบาลระยะยาว สกุลเงินต่างประเทศของไทย ที่ระดับ A- และสกุลเงินบาทที่ระดับ A ขณะที่คงเพดานอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ ไว้ที่ระดับ A+ โดยมีมุมมองความน่าเชื่อถือที่มีเสถียรภาพ (Stable outlook)

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันพุธ-ศุกร์ (12-14 เมย.) เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันพุธขณะที่ค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่ก็แข็งค่าเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯและซื้อเยนจากปัจจัยความเสี่ยงเรื่องซีเรียและเกาหลีเหนือส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆด้วย ขณะที่แนวโน้มการดำเนินมาตรการลดภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐฯที่ยังไม่มีความชัดเจนก็ส่งผลลบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวว่าจะเป็นการดีกว่าถ้าหากว่าสามารถผลักดันให้แผนปฏิรูประบบประกันสุขภาพสามารถผ่านสภาคองเกรสได้ก่อนที่จะดำเนินมาตรการปฏิรูปภาษีเนื่องจากแผนปฏิรูประบบประกันสุขภาพของพรรครีพับลิกันจะช่วยในการลดภาระภาษีลง สำหรับในวันศุกร์ดอลลาร์สหรัฐฯยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทและสกุลเงินสำคัญอื่นๆเนื่องจากประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่ามากเกินไป ขณะเดียวกันปฏิบัติการณ์ของสหรัฐฯในอัฟกานิสถานและแนวโน้มเหตุการณ์เกาหลีเหนือก็ส่งผลให้นักลงทุนถือเยนและขายดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้น

- ดอลลาร์/เยน วันพุธ-ศุกร์ (12-14 เมย.) เงินเยนอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันพุธหลังจากที่เยนแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงสองวันก่อนหน้านี้เนื่องจากปัจจัยความไม่แน่นอนเกี่ยวกับซีเรียและเกาหลีใต้ส่งผลบวกต่อค่าเงินเยนซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นสินทรัพย์การเงินที่มีความเสี่ยงต่ำเกินไป สำหรับในวันศุกร์เยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากปฏิบัติการณ์ของสหรัฐฯในอัฟกานิสถานและแนวโน้มเหตุการณ์เกาหลีเหนือก็ส่งผลให้นักลงทุนถือเยนและขายดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นและยังมีปัจจัยจากการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่ามากเกินไป

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพุธ-ศุกร์ ( 12-14 เมย.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันพุธเนื่องจากช่วงนี้ดอลลาร์สหรัฐฯถูกกดดันให้อ่อนค่าจากแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯและซื้อเยนซึ่งนักลงทุนมองว่าเงินเยนเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำและถือเยนเพิ่มขึ้นเนื่องจากกังวลเรื่องปัญหาระหว่างสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ดีช่วงค่ำยูโรได้อ่อนค่า สำหรับในวันศุกร์ดอลลาร์สหรัฐฯกลับมาอ่อนค่าเนื่องจากปัจจัยเรื่องการกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันพุธ-ศุกร์ ( 12-14 เมย.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯลดลงในวันพฤหัสที่ผ่านมาเนื่องจากปฏิบัติการณ์ของสหรัฐฯในอัฟกานิสถานและแนวโน้มเหตุการณ์เกาหลีเหนือส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยง ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการในวันศุกร์ที่ 14 เม.ย.เนื่องในวันหยุด Good Friday

- ตลาดหุ้นเอเซีย วันพุธ-ศุกร์ ( 12-14 เมย.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 1.04% ในวันพุธ ขณะที่เกาหลีเหนือเตือนเมื่อวันอังคารเรื่องการโจมตีสหรัฐด้วยนิวเคลียร์ ถ้าหากมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการรุกรานของสหรัฐ ขณะที่กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของกองทัพเรือสหรัฐเคลื่อนตัวไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดลดลง 0.46% ในวันพุธ ขณะที่ข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ลดลงของจีนทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีน และหุ้นหลายตัวที่เพิ่มขึ้นจากแผนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจใหม่นั้นชะลอตัวลง ทั้งนี้จีนเปิดเผยว่า ดัชนี PPI ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนในเดือนมี.ค. ขณะที่ราคาสินแร่เหล็กและถ่านหินดิ่งลง โดยถูกกดดันจากความวิตกว่า การผลิตเหล็กกล้าของจีนกำลังมีปริมาณมากกว่าความต้องการ และจะทำให้เกิดภาวะเหล็กกล้าล้นตลาดในปีนี้ สำหรับในวันศุกร์ดัชนีตลาดหุ้นส่วนใหญ่ลดลงเนื่องจากเนื่องจากปฏิบัติการณ์ของสหรัฐฯในอัฟกานิสถานและแนวโน้มเหตุการณ์เกาหลีเหนือ ขณะที่การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯก็ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นเอเซียเช่นกัน

- ตลาดหุ้นไทย วันพุธ ( 12 เมย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นในช่วงเปิดตลาดหลังจากนั้นเคลื่อนไหวแกว่งตัวผันผวนในช่วงแคบๆโดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ ปิโตรเคมี รับเหมาก่อสร้าง พลังงาน ขนส่ง และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 6.72 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 17 เม.ย. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1194
mod_vvisit_counterYesterday36215
mod_vvisit_counterAll days69879004

We have: 469 guests online
Your IP: 54.166.203.76
 , 
Today: Oct 22, 2017

4110312