|
Thursday, 27 May 2010 09:39 |
|
บล.เอเซียพลัส : PTT แนะนำซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 325 บาท
ยืนยันเดินหน้าแผนควบรวมต่อ...คดีมาบตาพุดรอขั้นตอนจากภาครัฐ จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ประเด็นสำคัญยังเน้นไปที่ความคืบหน้าสำหรับกรณี มาบตาพุดเนื่องจากกลุ่ม PTT ยังมีโครงการที่ต้องหยุดดำเนินการตามคำสั่งศาลอยู่จำนวน 16 โครงการ (5 โครงการจาก 16 โครงการ สามารถดำเนินการก่อสร้างต่อได้) โดยขณะนี้ยังอยู่ ระหว่างรอประกาศความชัดเจนของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ในการพิจารณา 19 ประเภทกิจการที่ รุนแรงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งก่อนหน้านี้กระบวนการรับฟังความคิดเห็นได้แล้วเสร็จเรียบ ร้อย ขั้นตอนต่อไปคือเสนอรัฐบาล เข้าครม.อนุมัติ และท้ายสุดจะเป็นการประกาศจากระทรวง ทรัพยากร คาดว่าจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้จากการรับฟังความคิดเห็นพบว่าโรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 6 (GSP6) ไม่เข้าข่ายประเภทกิจการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามขณะที่ รอประกาศดังกล่าว PTT ได้จัดทำรายงาน EIA และ HIA ควบคู่กันไป โดยคาดว่าจะยื่นเสนอต่อ ภาครัฐได้ในเดือน มิ.ย. 2553 แต่อาจต้องใช้ระยะเวลาในการอนุมัติราว 3 เดือน จึงยังเป็น ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป (ตามสมมติฐานของฝ่ายวิจัยโครงการที่ติดคดีความจะถูกเลือน ออกไปเป็นระยะดวลา 1 ปี จากแผนเดิม โดยจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ช่วงต้นปี 2554) สำหรับ ในส่วนประเด็นการควบรวมกิจการในกลุ่ม PTT นั้น ผู้บริหารยังคงเดินหน้าการควบรวมกิจการ ระหว่าง PTTAR และ IRPC ถึงแม้คณะกรรรมการของทั้ง 2 บริษัทจะให้กลับไปศึกษาข้อมูลราย ละเอียดเพิ่มเติม เพราะเชื่อว่าเป็นแนวทางการควบรวมดังกล่าวจะเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งลดต้น ทุน เพิ่มผลิต และเพิ่มรายได้ แต่คาดอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาต่อไป ในเบื้องต้น ฝ่ายวิจัยคาดว่าการประกาศอาจถูกเลื่อนออกไปจนถึงปลายงวด 2Q53
แนวโน้มกำไร 2Q53 อาจเพียงทรงตัว...กดดันจากธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ฝ่ายวิจัยคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานงวด 2Q53 ยังทรงตัวระดับสูงใกล้เคียงงวด 1Q53 แม้คาดจะมี PTTEP จะเป็นตัวผลักดันผลการดำเนินงานโดยรวมจากปริมาณขายเฉลี่ยที่ คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นจากโครงการ MTJDA ซึ่งจะรับรู้รายได้และกำไรเต็มที่มากขึ้น (เริ่มผลิตเชิง พาณิชย์ตั้งแต่เดือน ก.พ.53) รวมถึงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังทรงตัวสูงเฉลี่ย 70-80 เหรียญฯต่อบาร์เรล (เทียบกับค่าเฉลี่ยราคาน้ำมันดิบดูไบงวด 1Q53 ที่ 76 เหรียญฯต่อบาร์เรล) แต่ทั้งนี้อาจถูกหักล้างจากธุรกิจปิโตรเคมีผลการดำเนินงานอาจอ่อนตัวลงเล็กน้อยตาม Spread เฉลี่ยที่มีแนวโน้มลดลงจากงวด 1Q53 และแผนการ Shutdown ราว 1 เดือน ของ PTTCH รวมถึงธุรกิจโรงกลั่นมีโอกาสที่จะบันทึกขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาด โลก ณ สิ้นงวด 2Q53 ที่อาจอ่อนตัวลงจากสิ้นงวด 1Q53
ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว...ทยอยสะสมลงทุน ฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อลงทุน โดยมีมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2553 ภายใต้วิธี Sum of the parts และ DCF เท่ากับ 325 บาทต่อหุ้น แม้ในระยะสั้นจะยังมีประเด็นความวิตกกังวลสำหรับ ปัจจัยลบต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่คาดว่าราคาหุ้นได้สะท้อนประเด็นต่างๆดังกล่าวไป มากแล้ว ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่จะเข้าซื้อสะสมลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี และมีศักยภาพการเติบโตในอนาคตจากการขยายการลงทุนใหม่ ๆ
|
Comments