Error
"กลุ่มบิ๊กแคป" นำทัพฝ่าแนวต้าน 860 จุด
Print
Wednesday, 28 July 2010 09:35

โบรกฯทุกสำนัก ฟันธง SET ทะยานต่อเนื่อง หลังทุนต่างชาติต่อคิวลุย “บิ๊กแคป” กลุ่มพลังงาน แบงก์พาณิชย์ และปูนใหญ่ฯ นำทัพฝ่าแนวต้าน 860 จุด

ชัย จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.พัฒนสิน กล่าวว่า คาดว่าแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในวันนี้มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น และมีลักษณะการเคลื่อนไหวคล้ายกับวานนี้ เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่มีโอกาสเข้ามาซื้อต่อเนื่องในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC) ที่ในวันนี้จะมีการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2553 และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มตัวเลขออกมาดี

รวมทั้งหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มอื่น ทั้ง กลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่มีสภาพคล่องสูง อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นที่ยังไม่ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2553 และคาดว่าจะมีแนวโน้มผลการดำเนินงานออกมาดี ประกอบกับยังมีอิทธิพลบวกจากตลาดหุ้นในต่างประเทศส่วนใหญ่ที่เคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์คปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.10% รวมถึงตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ที่เปิดการซื้อขายในแดนบวก ด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อ่อนตัวลง เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวไม่กระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในวันนี้มากนัก

โดยดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ค ปิดที่ระดับ 10537.69 จุด เพิ่มขึ้น 12.26 จุด หรือ 0.12% ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เวลา 08:45 . (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 9,686.22 จุด เพิ่มขึ้น 189.37 จุด ทั้งนี้เปิดตลาดที่ระดับ 9,614.47 จุด ปิดตลาดครั้งก่อนที่ระดับ 9,496.85 จุด หรือ 1.99 % ส่วนราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนกันยายน ที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ราคา 77.50 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.48 ดอลลาร์ หรือ 1.87%

สำหรับปัจจัยที่จะต้องติดตาม คือ ในวันพรุ่งนี้(29 ..)ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)จะมีการแถลงตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือนว่าตัวเลขดังกล่าวที่จะประกาศออกมาจะมีแนวโน้มออกมาอย่างไร และตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 2/2553 ของบริษัทจดทะเบียนในส่วนที่เหลือว่าจะมีตัวเลขออกมาดีหรือไม่

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำซื้อในหุ้นขนาดใหญ่ใน 10 อันดับแรก ในกลุ่ม ปูนซีเมนต์ พลังงาน และธนาคารพาณิชย์ ประเมินแนวรับไว้ที่ 847-843 จุด ส่วนแนวต้านประเมินไว้ที่ 858-860 จุด

เจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยเช้าวันนี้คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าติดต่อกันเป็นระยะเวลา 2 วันทำการ ส่งผลให้หุ้นขนาดใหญ่ อาทิ กลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคารพาณิย์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันปัจจัยภายนอกประเทศยังคงอยู่ในลักษณะการแกว่งตัวในกรอบแคบๆ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิดบวก 12 จุดเท่านั้น สะท้อนได้ว่าปัจจัยโดยรวมที่เข้ามากระทบต่อบรรยากาศการลงทุนยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ขณะเดียวกันปัจจัย

ภายในประเทศ นักลงทุนยังคงตอบรับกับกระแสการคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2/2553 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เชื่อว่าจะออกมาโดดเด่น จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุน

ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาตลาดฯ เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น โดยไต่ระดับผ่านแนวต้านเดิมที่ 850 จุดได้ หลังจากได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากดัชนีฯยังยืนเหนือ 850 จุดก็เชื่อว่าดัชนีฯ จะไต่ระดับขึ้นไปทดสอบแนวต้านใหม่ที่ 867 -870 จุด”

อย่างไรก็ตามการปรับตัวเพิ่มขึ้นนักลงทุนก็ควรที่จะต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรหลังจากที่ตลาดฯ ได้

ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะเก็งกำไร โดยเน้นหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง อาทิ กลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ประเมินแนวรับ 850-838 จุด และแนวต้านที่ 867-870 จุด

Written by :
รอยตะวัน
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment