|
SSI ดาวเด่น โบรกฯ แนะ "ซื้อ"
|
|
|
Friday, 30 July 2010 09:17 |
|
บล.กิมเอ็ง : SSI แนะนำซื้อ คงราคาเหมาะสมเท่ากับ 2 บาท
คำแนะนำ ซื้อ กำไรไตรมาสสองยังอยู่ในเกณฑ์ดี 918 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อน แต่แนวโน้มไตรมาสคาดกำไรจะทรุดลงเหลือเพียง 300-500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสสี่คาดจะกลับมาดีในระดับ 700-900 ล้านบาท จากสถานการณ์ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในปัจจุบัน คาดจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว คงประมาณการ ราคาเหมาะสม และ คำแนะนำ ซื้อ แต่ราคาหุ้นคาดจะยังทรงตัว
กำไรไตรมาสสองยังอยู่ในเกณฑ์ดี 918 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อน บมจ. สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/53 ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดีเท่ากับ 918 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.07 บาท) ลดลง 37% จากไตรมาสก่อน ในขณะที่พุ่งขึ้น 34% จากปีก่อน หากตัดรายการพิเศษโดยเฉพาะ ขาดทุนในสต็อกเท่ากับ 463 ล้านบาท SSI จะมีกำไรปกติที่โดดเด่นสูงถึง 1,413 ล้านบาท ใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ที่ระดับ 1,300-1,500 ล้านบาท (วันที่ 30 เม.ย.) ยอดขายในไตรมาสนี้เท่ากับ 11,886 ล้านบาท ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน 14% จากปริมาณขายที่ลดลง ตามภาวะชะลอตัวของเหล็กโลก ในขณะที่พุ่งขึ้นจากปีก่อนถึง 52% อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในเกณฑ์ดีเท่ากับ 15% เทียบกับ 13% ในไตรมาสก่อน และ -11% ในปีก่อน จากราคาขายเฉลี่ยในไตรมาสนี้ปรับขึ้นประมาณ 60 เหรียญ/ตัน เป็น 655-665 เหรียญ/ตัน ด้านบริษัทร่วมค้า TCRSS ทำกำไรให้ SSI เท่ากับ 69 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 107 ล้านบาท ในปีก่อน แรงหนุนยอดขายเหล็กแผ่นรีดเย็นไปยังอุตสาหกรรมรถยนต์มากขึ้น
คาดกำไรไตรมาสสามจะทรุดลงเหลือ 300-500 ล้านบาท แนวโน้มผลประกอบการไตรมาสสามเราประเมินจะทรุดลงเหลือเพียง 300-500 ล้านบาท เนื่องจาก มีการสั่งซื้อวัตถุดิบ Slab ราคาแพงเข้ามาประมาณ 217,000 ตัน จากยอดสต็อกรวมประมาณ 8 แสนกว่าตัน จากคำสั่งซื้อล่วงหน้า คาดปริมาณขายในไตรมาสสามจะเพิ่มเป็นประมาณ 600,000 ตัน จากไตรมาสก่อน 540,000 ตัน และ ราคาขายเฉลี่ยคาดจะปรับขึ้นเล็กน้อย สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสสี่คาดจะกลับมาดีในระดับ 700-900 ล้านบาท จากสถานการณ์ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในปัจจุบัน คาดจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และ วัตถุดิบนำเข้าใหม่มีราคาถูกลง
คงประมาณการ ราคาเหมาะสม และ คำแนะนำ ซื้อ แต่ราคาหุ้นคาดจะยังทรงตัว ตัวเลขกำไรในครึ่งปีแรกคิดเป็นสัดส่วนถึง 64% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งประมาณการของเราได้เผื่อภาวะความผันผวนและไม่แน่นอนของราคาเหล็กในครึ่งปีหลังไว้แล้ว ราคาหุ้นยังซื้อขาย P/E ปี 2553 ที่ต่ำเพียง 5.6 เท่า เราคงราคาเหมาะสมเท่ากับ 2 บาท บนฐาน P/E ปี 2554 เท่ากับ 9 เท่า รวมแล้วเราคงคำแนะนำ ซื้อ โดยคาดสถานการณ์เหล็กในปัจจุบันได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งจะทำให้กำไรไตรมาสสี่กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง หลังจากที่ทรุดลงในไตรมาสสาม สำหรับแนวโน้มราคาหุ้นในช่วงนี้คาดจะเคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัว จากในช่วงนี้ยังขาดแรงหนุนในด้านบวก
|
Comments