|
โบรกฯ แนะ BCP เต็มมูลค่ากันไปเลย
|
|
|
Tuesday, 03 August 2010 09:49 |
|
บล.กิมเอ็ง : BCP แนะนำเต็มมูลค่า ราคาเป้าหมาย 15.40 บาท
รายงานกำไรลดลง 84% yoy และ 45% qoq ในไตรมาส 2/53 บริษัทรายงานผลกำไรไตรมาส 2/53 ออกมาค่อนข้างแย่มีกำไรเพียง 434 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.33 บาท ลดลง 84% yoy และ 45% qoq เรายังประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 3/53 ของบริษัทว่าจะมีกำไรลดลงประมาณ 60% yoy และผลกำไรทั้งปีคาดว่าจะลดลง 66% yoy เป็น 2,527 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.92 บาท จากกำไรจากการทำประกันความเสี่ยงที่ลดลง คงคำแนะนำ เต็มมูลค่า ราคาเป้าหมาย 15.40 บาท
กำไรไตรมาส 2/53 ลดลง 84% yoy เหลือ 434 ล้านบาท จากการลดลงอย่างมากของกำไรจากการทำประกันความเสี่ยง บริษัทประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/53 ออกมามีกำไรสุทธิ 434 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.37 บาท ลดลง 45% qoq และ 84% yoy ผลกำไรที่ลดลงมากเป็นผลมาจากการลดลงอย่างมากของกำไรจากสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้า ซึ่งในไตรมาส 2/52 บริษัทมีกำไรจากการทำประกันความเสี่ยง 1,517 ล้านบาท แต่ในไตรมาสนี้มี กำไรแค่ 148 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทจะสามารถเดินเครื่องโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน (Product quality improvement : PQI) ได้ในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา แต่อัตราการใช้กำลังการผลิตในไตรมาสนี้กลับลดลงเหลือ 67% (80.5 พันบาร์เรล/วัน) จาก 69.9% (83.9 พันบาร์เรล/วัน) ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมันของบริษัทที่ลดลง 4.9% yoy เทียบกับตลาดรวมที่ลดลงเพียง 3.6% yoy ค่าการกลั่นปกติไตรมาสนี้ดีขึ้นเป็น 5.4 เหรียญ/บาร์เรล จาก 4.26 เหรียญ/บาร์เรลในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที แต่จากกำไรจากการทำประกันความเสี่ยงที่ลดลงเหลือ 0.62 เหรียญ/บาร์เรล จาก 5.64 เหรียญ/บาร์เรลในไตรมาส 2/52 และผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันที่ 0.98 เหรียญ/บาร์เรล เทียบกับกำไรจากสต๊อกน้ำมัน 5.4 เหรียญ/บาร์เรลในไตรมาส 2/52 ทำให้ค่าการกลั่นรวมของบริษัทในไตรมาสนี้ลดลงเหลือ 5.04 เหรียญ/บาร์เรล จาก 15.30 เหรียญ/บาร์เรล ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสนี้บริษัทมีกำไรพิเศษจากการกลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 7.6 ล้านบาทและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอีก 91 ล้านบาท
แนวโน้มผลการดำเนินงานจะยังชะลอตัวต่อในไตรมาส 3/53 แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/53 คาดว่าจะมีกำไรลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,151 ล้านบาท หรือ 1.84 บาท/หุ้น (เป็นกำไรจากการทำ hedging ประมาณ 1,332 ล้านบาท) และผลกำไรทั้งปีคาดว่าจะลดลง 66% yoy เป็น 2,527 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.92 บาท ซึ่งเป็นผลจากกำไรจากสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้าที่ลดลงมากจากปีก่อน
กำไรยังจะแย่อยู่ในครึ่งปีหลัง คงคำแนะนำ เต็มมูลค่า ราคาเป้าหมาย 15.40 บาท แม้ราคาหุ้นปัจจุบันจะซื้อขายอยู่ที่ PER ไม่สูงนักที่ 7.5 เท่า, อัตราเงินปันผล 6.3% และมี upside อยู่ 7% จากราคาที่เหมาะสมของเราที่ 15.40 บาท อ้างอิง PER เป้าหมายที่ 8 เท่า แต่จากผลกำไรครึ่งปีหลังที่ยังคาดว่าจะชะลอตัวลงจากปีก่อนมาก ทำให้เรายังคงคำแนะนำ เต็มมูลค่า
|
Comments