|
แบงก์ชาติ ยัน เงินบาทผันผวนตามภูมิภาค
|
|
|
Friday, 27 August 2010 09:06 |
|
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้มีความผันผวน แต่เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเชื่อว่าภาคเอกชนจะสามารถยอมรับความผันผวนดังกล่าวได้ อีกทั้งจะยังไม่เป็นข้อจำกัดต่อการส่งออกอีกด้วย
'ความผันผวนของค่าเงินบาทในขณะนี้ ยังเป็นระดับที่ภาคเอกชนสามารถปรับตัวได้ และเงินบาทยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับภูมิภาค แบงก์ชาติจะให้ความสำคัญกับการดูแลให้การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาท เป็นไปตามภาวะตลาด และไม่ให้ความผันผวนเกินความสามารถที่ภาคเอกชนจะปรับตัวได้ สะท้อนมาที่ตลาดหุ้นให้ปรับตัวขึ้น และอีกแง่หนึ่งคือ ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าก็ลดลง ซึ่งขณะนี้วัฎจักรการลงทุนของภาคเอกชนปรับตัวรับสถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาทได้ และแม้เงินบาทที่แข็งค่า อาจจะกระทบต่อการส่งออก แต่เท่าที่ดูคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ ยังมีเข้ามาการแข็งค่าขึ้นจึงยังไม่เป็นข้อจำกัดต่อการส่งออก' นายบัณฑิต กล่าว
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้นย่อมจะเป็นผลดีต่อการนำเข้า ซึ่งจะกระตุ้นการฟื้นตัว การลงทุนของภาคเอกชน และจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังได้
ทั้งนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้น เกิดจากแรงหนุนของภาคการส่งออกที่ขยายตัวดีในช่วงครึ่งปีแรก ขณะเดียวกันประเทศไทยยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และมีเงินไหลเข้ามาจำนวนมากขึ้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในสายตาของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทย เพราะนักลงทุนต่างชาติเริ่มแยกแยะปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ระหว่างเอเชียที่เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดี กับกลุ่มจี3 (สหรัฐ, ยุโรปและญี่ปุ่น) ที่ เศรษฐกิจยังมีปัญหาได้ สำหรับภาวะเงินทุนไหลเข้านั้น นายบัณฑิต กล่าวว่า เงินทุนจากต่างประเทศน่าจะยังไหลเข้ามาในเอเชียในช่วงครึ่งปีหลังอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเกิดจากที่ตลาดมีความเป็นห่วงภาวะการชะลอตัวของประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสหรัฐ ก็จะทำให้เงินไหลเข้ามาในเอเชียซึ่งมีอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่สูงกว่าประเทศที่มีปัญหา
นายบัณฑิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวต่อเนื่อง จากแรงส่งในช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างมาก ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวในครึ่งปีหลัง แต่ภาพรวมยังเติบโตต่อไปได้ ปัจจัยหลักที่ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยคือ การส่งออก การท่องเที่ยว การปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ และการลงทุนภาคเอกชน
'ภาคการส่งออกของไทยยังมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องในระดับที่น่าพอใจ แม้อาจจะไม่เติบโตได้เท่ากับครึ่งปีแรก ขณะที่การท่องเที่ยวจากที่เป็นห่วงในช่วงไตรมาส 2/53 แต่ขณะนี้ฟื้นตัวได้อย่างชัดเจนแล้ว เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีว่าท่องเที่ยวครึ่งปีหลังเติบโตได้ดี และงบประมาณปี 54 ยังเป็นงบขาดดุล ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การใช้จ่ายภาคเอกชนดี สินเชื่อแบงก์ขยายตัว สะท้อนเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง'
ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นยังไม่ชัดเจนในปีนี้ เพราะยังมีมาตรการช่วยค่าครองชีพประชาขนอยู่ ซึ่งทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็จะดูแลอัตราดอกเบี้ยให้มีความเหมาะสมที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ โดยการประชุมอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ก็จะพิจารณาภาวะเศรษฐกิจเป็นหลัก รวมถึงแรงกดดันเงินเฟ้อ และประเด็นเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลก จะต้องดูการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ว่าจะชะลอมากกว่าที่คาดหรือไม่ หรือยังเป็นไปตามคาด
|
Comments