|
ข่าวด่วน!! SAMART ยกเลิกประมูล 3.9G |
|
|
|
|
Monday, 30 August 2010 15:13 |
|
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)หรือ SAMART ชี้แจงถึงผลการพิจารณาแผนการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อันประกอบด้วย การประมูลใบอนุญาติ 3.9จี และการให้บริการ Full MVNO ว่า คณะผู้บริหารของบริษัทฯ ได้พิจารณาเลือกแผนงานการขยายบริการ MVNO เต็มรูปแบบ แทนการเข้าประมูล 3.9จี โดยพิจารณาจากความคุ้มค่าในการลงทุนตลอดจนความเสี่ยงและโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจในอนาคต
สำหรับการให้บริการ Full MVNO หมายถึง บริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างครบวงจรและคล่องตัว ทั้งด้านการบริหาร การตลาด การขาย การเรียกเก็บค่าบริการ ตลอดจนบริการหลังการขายอื่นๆ ซึ่งเท่ากับบริษัทฯ จะสามารถควบคุมคุณภาพบริการได้อย่างมีมาตรฐาน เพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุดของผู้บริโภค
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน บมจ.สามารถไอ-โมบาย(SIM) คือ ผู้ให้บริการ MVNO บนเครือข่าย 3จี ของทีโอทีอยู่แล้ว และเป็นผู้ให้บริการที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในแง่การทำตลาด คาดว่าจะมีจำนวนผู้ใช้บริการ i-mobile 3GX ถึง 150,000 รายภายในสิ้นปี 2553
ดังนั้น การที่บริษัทฯ ตัดสินใจพุ่งเป้าไปสู่การให้บริการ Full MVNO จึงเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ และเป็นการต่อยอดโดยอาศัยศักยภาพของกลุ่มไอ-โมบาย ที่มีจุดแข็งพร้อมรุกตลาดและรองรับการให้บริการอย่างครบวงจร ประกอบด้วย
1.ช่องทางการจำหน่ายผ่านไอ-โมบาย ช้อป จำนวน 230 สาขา เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายกว่า 3,000 จุด เครือข่าย Hyper Market ทุกแบรนด์ รวมถึงช่องทางผ่าน 7-eleven กว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ
2.ความพร้อมในการนำเสนอผลิตภัณฑ์มือถือ ไอ-โมบาย ในระบบ 3 จี ที่มีคุณภาพและความคุ้มค่า โดยปัจจุบันไอ-โมบายมี Market share ในการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือสูงถึง 35 เปอร์เซนต์ ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและการยอมรับในแบรนด์ไอ-โมบายได้เป็นอย่างดี
3.ความพร้อมในการนำ Content มาเสริมสร้างบริการที่โดดเด่นและแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น โดยบริษัท สามารถ มัลติมีเดีย หนึ่งในกลุ่มสามารถ ไอ-โมบายถือเป็นผู้นำในตลาดผู้ให้บริการคอนเท้นต์ ณ ขณะนี้
4.ความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตร นำไปสู่การขยายผลและต่อยอดธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ การให้บริการ International Roaming ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาถึงความเสี่ยงและความคุ้มค่าในการลงทุนของแผนการให้บริการ Full MVNO แล้ว พบว่ามีความเสี่ยงต่ำและมีผลตอบแทนที่มากกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุน 3.9G ซึ่งนอกเหนือจากค่าไลเซนส์แล้ว ก็มีเพียงการลงทุนติดตั้ง Core network ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับการลงทุนในการติดตั้งเครือข่ายทั้งหมด สำหรับขั้นตอนต่อไป บริษัทฯ จะดำเนินการยื่นขอไลเซนส์ต่อ กทช. พร้อมๆ ไปกับการเจรจากับทีโอทีเกี่ยวกับการให้บริการ Full MVNO ดังกล่าว นายวัฒน์ชัยกล่าวสรุป
อนึ่ง บริษัท สามารถไอ-โมบาย จำกัด มหาชน ถือหุ้นโดย บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 58.28 เปอร์เซนต์ และ Axiata Group 24.42 เปอร์เซนต์
|
Comments