|
วันนี้...ดัชนีมีสิทธิ์ปรับฐาน
|
|
|
Tuesday, 31 August 2010 10:27 |
|
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันนี้มีโอกาสที่จะปรับฐานลงเนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันจากตลาดหุ้นในต่างประเทศที่ปรับตัวลงค่อนข้างแรง โดยดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์คปิดตลาดปรับตัวลดลงประมาณ 140 จุด ประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง
โดยในช่วงบ่ายวานนี้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลุดระดับ 75 เหรียญ/บาร์เรล ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่กดดันต่อราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานให้มีโอกาสปรับตัวลดลง นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่นักลงทุนจะเทขายทำกำไรออกมาเป็นตัวแปรเชิงลบ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างแรง ทั้งนี้หากพิจารณาจากปัจจัยในประเทศในขณะนี้ยังขาดปัจจัยใหม่ๆ ที่จะเข้ามาสนับสนุนบรรยากาศการลงทุน
โดยดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ค ปิดที่ระดับ 9985.81 จุด ลดลง 140.92 จุดหรือ -0.74% ส่วนราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนตุลาคม ที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ราคา 74.70 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 47 เซนต์ หรือ 0.63%
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามช่วงนี้ คือปัจจัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ รวมทั้งการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและราคาน้ำมันดิบว่าจะมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด กลยุทธ์การลงทุน แนะนำขายทำกำไรและรอซื้อกลับเมื่อดัชนีฯ ต่ำกว่าระดับ 900 จุด ประเมินแนวรับไว้ที่ 900 จุด แนวต้าน 920 จุด
นายรณกฤต สารินวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในเช้าวันนี้จะผันผวน เนื่องจากเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดต่างประเทศ ได้แก่ ดัชนีดาวโจนส์ ดัชนีในยุโรป และดัชนีในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งปรับตัวลดลง สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯและยุโรปจะฟื้นตัวขึ้น แม้ว่าวานนี้หุ้นส่วนใหญ่ในกลุ่มดังกล่าวจะรีบาวน์ขึ้น
ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายในประเทศในประเด็นของมาบตาพุดเมื่อพิจารณาราคาหุ้นในกลุ่มพลังงาน พบว่าไม่ได้ตอบสนองเชิงบวกมากนัก โดยเฉพาะในกลุ่ม PTT เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าจะมีการ Sell on Fact ได้เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก่อนหน้านี้พอสมควรแล้ว จากการคาดการณ์ผลของประเด็นข่าว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกช่วงสั้นในตลาดหุ้นไทยยังมี ได้แก่ การที่ AIS และ DTAC และ TRUE ลงทะเบียนยื่นซอง 3G วานนี้ รวมถึงประโยชน์จากนโยบายของรัฐที่มีต่อหุ้นรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งจะส่งผลต่อการคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการในอนาคตเช่นเดียวกับกลุ่มยานยนต์ที่รับประโยชน์จากกลุ่มส่งออก โดยยังสามารถเก็งกำไรจากกลุ่มดังกล่าวได้ ในช่วงที่หุ้นขนาดใหญ่กำลังพักตัว ทั้งนี้ประเมินแนวรับอยู่ที่ 900 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 915 จุด
สำหรับการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือน ก.ค. ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงบ่ายวันนี้ อาจไม่ส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนมากนัก เนื่องจากหลายฝ่ายได้ออกมาประกาศตัวเลขแล้ว ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
|
Comments