|
ราคาทองแดงในตลาดลอนดอน (LME) ปิดร่วงลงในวันอังคาร โดย ร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนที่ทำไว้ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักลงทุนขาย สินทรัพย์เสี่ยง อาทิ สินค้าโภคภัณฑ์เนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับภาคธนาคารของ ยุโรป
หุ้นสหรัฐร่วงลงหลังรายงานภาคธนาคารของยุโรปทำให้เกิดความวิตก อีกครั้งเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินของภูมิภาคนี้ ขณะที่ดอลลาร์พุ่งขึ้นเนื่องจาก นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
"เป็นความวิตกเหล่านี้อีกครั้งที่เข้ามาในตลาด ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น"นายโรบิน บาร์ นักวิเคราะห์จากเครดิต อะกริโคลกล่าว "กลุ่มที่ได้รับผลกระทบก็คือสินทรัพย์ที่เสี่ยงมากขึ้น ทั้งหุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ รวมทั้งโลหะ"
หุ้นยุโรปร่วงลง ขณะที่ยูโรร่วงลง หลังจากรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัลเกี่ยวกับผลการทดสอบภาวะวิกฤตภาคธนาคารเมื่อไม่นานมานี้ทำให้ เกิดความวิตกเกี่ยวกับภาคธนาคารอีกครั้ง
นักลงทุนยังจับตาดูการประกาศของสมาคมธนาคารเยอรมนีที่ว่า ธนาคารที่ใหญ่ที่สุด 10 แห่งของเยอรมนีอาจจำเป็นต้องการเพิ่มทุนอีก 1.05 แสนล้านยูโร (1.34 แสนล้านดอลลาร์) ภายใต้กฎระเบียบที่ปรับปรุงใหม่
นักวิเคราะห์และเทรดเดอร์คาดว่า ราคาโลหะจะฟื้นตัวขึ้น
"แม้มีปัญหาเรื่องภาคธนาคาร แต่ผมก็คิดว่าราคาโลหะโดยทั่วไปจะทรงตัว และคิดว่าช่วงขาลงจะได้แรงหนุนจากการกักตุนสต็อกใหม่ของผู้บริโภค" นายบาร์ กล่าว
ส่วนนักวิเคราะห์คนอื่นๆเชื่อว่า ปัจจัยหนุนอาจเกิดขึ้น ขณะที่ประธานาธิบดี บารัค โอบามาของสหรัฐได้ประกาศโครงการสร้างทางหลวง, ทางรถไฟและรันเวย์ มูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อกระตุ้นการสร้างงาน
เขายังเสนอที่จะอนุญาตให้บริษัทต่างๆสามารถลดมูลค่าทางบัญชีจากการใช้ จ่ายในเรื่องโรงงานและอุปกรณ์ได้ 100%
นักวิเคราะห์กล่าวว่า แรงกดดันในช่วงขาขึ้นต่อโลหะบางตัวอาจจะมาจากการผลักดันเรื่องการประหยัดพลังงานในจีน
"จีนกำลังลดการผลิตโลหะในกระบวนการที่สร้างมลภาวะและใช้พลังงานสูง" แฟร์แฟกซ์ระบุ "นี่อาจทำให้ราคาโลหะพุ่งขึ้น ขณะที่อุปสงค์ยังขยายตัวต่อไป"
ข้อมูลล่าสุดพบว่า สต็อกทองแดงในคลังสินค้าของ LME ลดลง 1,400 ตัน สู่ระดับ 395,475 ตัน โดยลดลงจากระดับสูงสุดในรอบ 6 ปีครึ่งที่ 555,075 ตันในช่วงกลางเดือน ก.พ.
ส่วนราคาอะลูมิเนียมปิดลดลง ขณะที่สต็อกลดลง 4,575 ตัน มาที่ 4.41 ล้านตัน แต่ก็ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
|
Comments