| อดีตขุนคลังแนะธปท.ดูแลค่าบาทผูกติดค่าเงินหยวน |
|
| Wednesday, 13 October 2010 15:09 | |||
|
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะนายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรเปลี่ยนแนวคิดดูแลค่าเงินบาท ให้สอดคล้องกับค่าเงินหยวน เพราะจีนเป็นประเทศคู่ค้าและมหาอำนาจเศรษฐกิจในแถบนี้ และการแทรกแซงค่าเงินบาทควรทำทั้ง 2 ด้านทั้งให้เงินบาทอ่อนค่า และแข็งค่า และไม่ควรแทรกแซงให้ค่าเงินบาทแข็งค่าไปในทิศทางเดียว เนื่องจากจะทำให้ทุกคนคาดการณ์ได้ว่าค่าเงินบาทจะมีทิศทาง อย่างไร จึงทำให้ขณะนี้ทุกคนล้วนแต่ได้กำไรจากนโยบายต่าง ๆ ทำให้นโยบายส่งเสริมการไปลงทุนต่างประเทศ การซื้อวัตถุดิบ เครื่องมือเครื่องจักรต่างประเทศไม่ได้ผล เพราะทุกคนจะรอให้เงินบาทแข็งค่ามากกว่าปัจจุบัน เนื่องจากมีต้นทุนถูกลง นาย ฉลองภพ กล่าวต่อว่า การแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนด้วยการนำเงินบาทไปซื้อดอลลาร์เก็บไว้ เป็นทุนสำรอง ไม่ควรกังวลว่าทุนสำรองของประเทศจะสูงมากเกินไป เพราะเงินทุนไหลเข้ามาขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นเงินทุนระยะสั้น เพื่อแสวงหาผลกำไร ดังนั้น เมื่อได้ผลกำไรระดับหนึ่งอาจมีปัญหาเงินทุนไหลออกอย่างรวดเร็ว จนกระทบเศรษฐกิจเหมือนหลายประเทศ เช่น เกาหลี ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีทุนสำรองสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เกือบจะต้านเงินทุนไหลออกอย่างรวดเร็วไม่ได้ ดังนั้น ควรเข้าแทรกแซงตลาด เพื่อเก็บเงินทุนสำรองให้มากพอ ส่วนการออก มาตรการเก็บภาษีดอกเบี้ยร้อยละ 15 จากการถือครองโดยคนต่างชาติ มองว่าเป็นมาตรการมีผลต่อค่าเงินเพียงเล็กน้อย เพราะต้องใช้มาตรการหลายด้านในการช่วยดูแลค่าเงินบาท สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย มองว่าดอกเบี้ยนโยบายควรปรับลดลงได้อีก เพราะเมื่อเทียบการขยายตัวทางเศรษฐกิจเดือนต่อเดือน ไตรมาสต่อไตรมาส เห็นว่าขณะนี้เศรษฐกิจครึ่งปีแรกจากที่เคยขยายตัวกว่าร้อยละ 10 การส่งออกขยายตัวถึงร้อยละ 35 แต่ขณะนี้เศรษฐกิจชะลอปรับลดลงอยู่บนพื้นฐานแท้จริงของการเป็นเศรษฐกิจชะลอ ตัว ดังนั้น ควรใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำดูแลเศรษฐกิจ เพราะเมื่อดูอัตราเงินเฟ้อแล้วโดยเฉพาะเงินเฟ้อพื้นฐานไม่น่าเป็นห่วงเหมือน ธปท. แสดงความกังวลแต่อย่างใด
|
Comments