| คลังคาดจีดีพีปีนี้ขยายตัว7.3% |
|
| Thursday, 28 October 2010 11:20 | |||
|
นายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ย.53 ขยายตัวได้ต่อเนื่อง แม้ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากการเริ่มปรับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการบริโภคสินค้าคงทนและการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งและรถจักรยานยนต์ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนเติบโตได้ดีต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกขยายตัวในอัตราชะลอลง แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัวได้ในระดับสูง สะท้อนการปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติของการท่องเที่ยว ทั้งนี้ เครื่องชี้เศรษฐกิจไทย ก.ย.53 ที่ขยายตัวได้ดี ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/53 สามารถฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้จ่ายภายในประเทศ จากการบริโภคสินค้าคงทนและการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่การส่งออกยังขยายตัวได้ดี ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/53 จะขยายตัวในอัตรา 7.4% ส่วนไตรมาส 4/53 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในอัตรา 2.3% ชะลอลงจากไตรมาส 4/53 และเนื่องจากฐานปีก่อนอยู่ในอัตราที่สูง ทั้งนี้ยังไม่ได้ประเมินผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยหากเงินบาทแข็งค่าเฉลี่ยทั้งไตรมาส 4/53 อยู่ที่ 29.50 บาท/ดอลลาร์ จะกระทบการเติบโตเศรษฐกิจลดลง 0.1% แต่หากเงินบาทอยู่ที่ 29 บาท/ดอลลาร์ จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตลดลง 0.2% อย่างไรก็ตาม ปี 2553 ทั้งปี ยังคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวในอัตรา 7.3% ยังอยู่ในกรอบที่ประเมินไว้ โดยประเมินผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า ทำให้เศรษฐกิจลดลง 0.1 % และความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมประมาณ 22,000 ล้านบาท หรือทำให้เศรษฐกิจลดลง 0.2% ส่วนปี 54 ยังประเมินว่าเศรษฐกิจขยายตัวในอัตรา 4.5% ภายใต้สมมติฐานที่เงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 30 บาท/ดอลลาร์ แต่ สศค.จะมีการทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ "การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ เราเคยประเมินว่าอยู่ภายใต้ที่ กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้ง อีก 0.50% แต่ล่าสุดที่ กนง.มีมติคงดอกเบี้ยไว้ คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่โดยรวมแล้วยังอยู่ในกรอบที่ประเมินไว้" นายบุญชัย กล่าว นายบุญชัย กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ต้นปี เงินบาทแข็งค่าขึ้นแล้ว 10.38% เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเซีย รองจากญี่ปุ่นที่เงินเยนแข็งค่ามากที่สุดที่ 12.71% อย่างไรกตาม เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะไม่กระทบ หากเป็นค่าเงินที่มีเสถียรภาพ เพราะจะส่งผลต่อเศรษฐกิจในเรื่องการบริหารจัดการได้ ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น และสร้างความเสียหายต่อภาคเกษตรจำนวนมาก ประเมินว่าหลังจากน้ำลดลงแล้ว จะทำให้ราคาพืชผักผลไม้ จะปรับขึ้น ซึ่งหากราคาปรับขึ้น 20-30% จะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.3%
|
Comments