| ธปท.ผนึกกรมศุลฯ-แบงก์อุ้มส่งออกสู้บาทแข็ง |
|
| Tuesday, 02 November 2010 16:29 | |||
|
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวภายหลังการพบตัวแทนผู้ประกอบการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า ว่า เท่าที่หารือกับผู้ส่งออกวันนี้มีประเด็นสำคัญที่จะต้องช่วยประสานงานเพิ่มเติมต่อจากหลักเกณฑ์ต่างๆที่ธปท.เคยออกไปแล้ว เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาทใน 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกคือ การจ่ายค่าระวางเรือเป็นสกลุเงินตราต่างประเทศ ซึ่งผู้ส่งออกขอให้ช่วยประสานการทำสัญญาให้ตรงวันที่ยื่นทำ เพราะหากรอทำสัญญาในวันที่กรมศุลระบุอาจมีความเสี่ยงจากอัตราค่าเงินบาทที่เปลี่ยนแปลงไป และขอให้ช่วยดูภาระภาษี ที่ต้องเสียจากการชำระค่าระวางเรือเป็นเงินต่างประเทศ ที่ต้องเสียภาษีกรมศุลกากรด้วย ซึ่งเรื่องนี้ธปท.จะไปนำหารือกรมศุลกากรว่าจะช่วยเหลืออย่างไรได้หรือไม่ต่อไป เพื่อช่วยให้ผู้ส่งออกปิดความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น ส่วนเรื่องที่สองคือ การขอสินเชื่อโดยการใช้สัญญาซื้อขายสินค้าเป็นหลักประกัน(เพ็กกิงเครดิต) ซึ่งผู้ส่งออกขอให้ธปท.ไปหารือกับธนาคารพาณิชย์ ให้ทำเพ็กกิงเครดิตเป็นสกุลเหรียญสหรัฐได้ด้วย จากปกติที่ธนาคารให้ทำได้เฉพาะเงินบาท ซึ่งถ้าทำได้จะช่วยให้ลดภาระต้นทุนค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงิน และลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนให้ผู้ส่งออกได้มากขึ้น "ธปท.จะชวยประสานทั้ง 2 ประเด็นหลักที่ผู้ส่งออกขอความช่วยเหลือมา ซึ่งในเบื้องต้นธปท.คาดว่าการทำเพ็กกิงเครดิตเป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐไม่น่ามีปัญหา น่าจะทำได้ แต่ก็ต้องขอหารือในรายละเอียดกับทางแบงก์ก่อนว่าจะติดขัดปัญหาอะไรหรือไม่" ด้านนายไพบูลย์ พลสุวรรณา ตัวแทนสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากได้หารือกับธปท.แล้วมั่นใจมากขึ้น ว่าธปท.จะช่วยดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทผันผวนได้ ต้วแทนสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือประเทศไทย กล่าวอีกว่า การแข็งค่าของเงินบาททำให้แนวโน้มส่งออกไตรมาส 4 ปีนี้ชะลอลงบ้างแล้ว เพราะคำสั่งซื้อเข้ามาลดลง ปรับขึ้นราคายาก และภาวะเศรษฐกิจคู่ค้าชะลอ และยังเจอปัญหาน้ำท่วมด้วย
|
Comments