Error
ไทยลงนาม FTA ไทย-เปรูส่งรถยนต์-อุตฯลุย
Print
Tuesday, 16 November 2010 17:58

           นายอลงกรณ์   พลบุตร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า  ไทยและเปรูจะร่วมลงนามในพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 3 ภายใต้พิธีสารระหว่างไทยกับเปรู เพื่อเร่งเปิดเสรีทางการค้าสินค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า ปี พ.ศ. 2548 ในวันที่ 18 พฤศจิกายน  2553 ในระหว่างการเยือนไทย ของนาย คาร์ลอส โพซาดา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศและการท่องเที่ยวของเปรู (H.E. Mr. Carlos Posada Vice Minister of Foreign Trade & Tourism) โดยมีนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นสักขีพยาน

นายอลงกรณ์  กล่าวว่า  การลงนามพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 3 ดังกล่าว ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นความสำเร็จของกระทรวงพาณิชย์  ซึ่งเป็นผลมาจากครั้งที่ตนเป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปเจรจากับฝ่ายเปรู  เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2553 ที่ผ่านมา  เพื่อผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายเร่งการเจรจา  จนสามารถได้ข้อสรุปในช่วงเวลาอันรวดเร็ว

สำหรับ FTA ไทย-เปรู เมื่อมีผลบังคับใช้ ไทยจะได้รับประโยชน์จากการที่เปรูยกเลิกภาษีสินค้าทันที รวม 3,985 รายการ หรือร้อยละ 54.2 ของรายการสินค้าทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าสูงถึงร้อยละ 77.17 ของการนำเข้าเฉลี่ยจากไทยในปี 2549-2552 (132.24 ล้านเหรียญสหรัฐ) ขณะที่ไทยจะยกเลิกภาษีทันทีให้กับการนำเข้าสินค้าจากเปรู จำนวน 3,844 รายการ หรือร้อยละ 46.3 ของรายการทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าร้อยละ 92.16 ของการนำเข้าเฉลี่ยจากเปรูในปี 2549-2552 (70.78 ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส่วนสินค้าส่งออกของไทยที่จะได้ประโยชน์ทันทีจากการลดภาษีเป็น 0 ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ  (ไทยส่งออกมากกว่าร้อยละ 70 ของสินค้าส่งออกไปเปรูหรือคิดเป็นมูลค่า 163 ล้านเหรียญสหรัฐ) เครื่องซักผ้า  และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง ขณะที่ในด้านการนำเข้า เปรูเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร และสินแร่ต่างๆ ได้แก่ สินแร่สังกะสี สินแร่ดีบุก รัตนชาติ  ป่าไม้  สินค้าประมง เป็นต้น จึงเป็นโอกาสดีของผู้นำเข้าไทยที่จะสามารถนำเข้าวัตถุดิบจากเปรูได้ในราคาถูก จากผลของภาษีนำเข้าที่ลดลง

นอกจากนี้  ผลจากการที่เปรูได้จัดทำความตกลงเขตการค้าเสรีกับอีกหลายประเทศ ได้แก่  ชิลี สหรัฐฯ เม็กซิโก แคนาดา  สิงคโปร์ และจีน และมีแผนที่จะเจรจา FTA กับเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น EFTA และออสเตรเลีย  การที่เปรูได้จัดทำ FTA กับหลายประเทศ  ทำให้ไทยสามารถใช้เปรูเป็นช่องทางในการขยายตลาดส่งออกไปสู่ตลาดลาตินอเมริกาและทวีปอเมริกาเหนือ โดยใช้เปรูเป็นฐานการผลิตหรือร่วมทำธุรกิจกับเปรู (Joint Venture) เพื่อส่งออกสินค้าไปยังตลาดที่ได้ทำความตกลง FTA กับเปรู ซึ่งสินค้าหรือธุรกิจที่มีศักยภาพ ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ เหมืองแร่ และประมง เป็นต้น

 

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment