Error
ตลาดอาคารทั่วโลกปี53พุ่ง3.16แสนล.ดอลลาร์
Print
Tuesday, 25 January 2011 12:40

                โจนส์ แลง ลาซาลล์ ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ เผยการลงทุนซื้อขายอาคาร ที่มีวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ (อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม) ทั่วโลกในปี 2553 มีมูลค่ารวม 3.16 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  เพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มีมูลค่าการซื้อขายเพียง 2.09 แสนล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นถึงการฟืนตัวของตลาดการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในทั้ง 3 ภูมิภาคหลักของโลก 

                ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี 2553 โจนส์ แลง ลาซาลล์ เคยประมาณการณ์ไว้ว่า การซื้อขายอาคารที่มีวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจทั่วโลกของทั้งปี จะมีมูลค่ารวมประมาณเกือบ 3 แสนล้านดอลลาร์ แต่จากการที่ไตรมาสสุดท้ายของปี มีการซื้อขายคึกคักมากเป็นพิเศษ ส่งผลให้มูลค่าของทั้งปีสูงเกินคาด และไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 ยังนับเป็นไตรมาสแรกที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงินโลกเริ่มขึ้นในปี 2550

                หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอีก คาดว่าการซื้อขายทั่วโลกจะยังคงคึกคักต่อไปอีกในปีนี้ โดยคาดว่า มูลค่าในปีนี้จะสูงขึ้นจากปีที่แล้วอีกประมาณ 20-25% ทั้งนี้ตลาดการซื้อขายอาคารทั่วโลก ปรับตัวดีขึ้นมากในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะภูมิภาคอเมริกาและยุโรป ซึ่งเคยมีมูลค่าการซื้อขายดิ่งลงต่ำสุดในปี 2551 และ 2552  เมื่อแยกเป็นภูมิภาคจะพบว่า

*เอเชียแปซิฟิก การลงทุนซื้อขายในเอเชียแปซิฟิกของทั้งปี 2553 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มสูงขึ้น 25% จากปี 2552 ตลาดที่มีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นมากได้แก่ สิงคโปร์ (219%) ออสเตรเลีย (77%) จีน (41%) และฮ่องกง (28%) โดยกิจกรรมการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้นในเอเชียแปซิฟิก สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยพื้นฐานที่ปรับตัวดีขึ้น ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วภูมิภาค และการฟื้นตัวของตลาดในหลายๆ ประเทศ

                อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นยังคงเป็นตลาดที่มีมูลค่าการซื้อขายอาคารสูงสุด ในภูมิภาคนี้ในปีที่ผ่าน การซื้อขายในจีนมีมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นมากในไตรมาสสุดท้าย ทำให้การซื้อขายของทั้งปีมีมูลค่าเท่ากับ 2 ใน 3 ของมูลค่าการซื้อขายในญี่ปุ่น

                สำหรับการซื้อขายอาคารในกรุงเทพฯ ปีที่ผ่านมามีสภาพคึกคักเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ นายอำพล เทพนัมโสมนัสส์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการด้านการลงทุน โจนส์ แลง ลาซาลล์ ได้กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา มีอาคารสำนักงานเสนอขายในกรุงเทพฯ หลายโครงการ โดยมีสาเหตุหลักสองประการ ประการแรกเกิดจากผลพวงของวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกที่ขยายตัวขึ้นในช่วงปลายปี 2552 ซึ่งทำให้นักลงทุนประเภทสถาบันของต่างชาติ มีการปล่อยขายทรัพย์สินออกมา ส่วนประการที่สองคือ การมีบริษัทหลายๆ บริษัท ปรับโครงสร้างพอร์ตสินทรัพย์ โดยการเสนอขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์หลักของบริษัท รวมถึงอาคารสถานที่ทำการที่ไม่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์อีกต่อไป

                นายอำพลยังกล่าวด้วยว่า ช่วงนี้นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนซื้ออาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ เนื่องจากมีอาคารสำนักงานคุณภาพดีเสนอขายในราคาที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มด้วยว่าตลาดอาคารสำนักงานจะปรับตัวดีขึ้นในระยะสั้นถึงปานกลาง เนื่องจากอาคารที่มีกำหนดสร้างเสร็จใหม่ในอนาคตมีปริมาณน้อยมาก 

                ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้ การซื้อขายอาคารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะมีมูลค่าประมาณ 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ประมาณ 15%

                * อเมริกา มูลค่าการซื้อขายในภูมิภาคอเมริกาในปีที่ผ่าน เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว จาก 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2552 เป็น 9.7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่าน โดยการซื้อขายมีมูลค่าพุ่งขึ้นสูงสุดในไตรมาสสุดท้ายของปี คือ 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 150% โดยการซื้อขายส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเมืองหน้าด่านสำคัญๆ ได้แก่ นิวยอร์ก วอชิงตันดีซี ซานฟรานซิสโก และริโอเดอจาเนโร แต่การแข่งขันที่เริ่มขยับตัวสูงขึ้นในหัวเมืองเหล่านี้ ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนเริ่มลดลง ดังนั้น นักลงทุนจึงเริ่มหันไปมองเมืองอื่นๆ

                คาดว่าในปีนี้ การซื้อขายอาคารในภูมิภาคอเมริกา จะมีมูลค่าประมาณ 1.35 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ประมาณ 40%

               *ภูมิภาค EMEA ( ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ) ในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา หรือที่เรียกรวมว่า EMEA (Europe, Middle East & Africa) ทั้งปีมีการซื้อขายมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.36 แสนล้านดอลลาร์ สูงกว่าปีก่อนหน้าเกือบ 40% โดยในไตรมาสสุดท้ายมีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด คือ 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยตลาดที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดได้แก่ อังกฤษ เยอรมัน และฝรั่งเศส โดยมีมูลค่ารวมกันเท่ากับมากกว่ากึ่งหนึ่งของมูลค่าการซื้อขายในทั้งภูมิภาค ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของนักลงทุนที่สนใจซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์ในตลาดที่พัฒนาแล้วและมีความโปร่งใสสูง

               โดยเฉพาะอังกฤษ ซึ่งเป็นตลาดที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในภูมิภาค คือ 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 46% ผู้ซื้อโดยเฉพาะที่เป็นนักลงทุนจากต่างประเทศ ให้ความสนใจสูงในการหาซื้ออาคารในกรุงลอนดอน ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากตลาดมีความโปร่งใสและสภาพคล่องสูง คาดว่าในปีนี้ การซื้อขายอาคารในภูมิภาค EMEA จะมีมูลค่าประมาณ 1.5 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ประมาณ 10-15%

 

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment