| ธปท.รายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือนธ.ค.ดีขึ้น |
|
| Tuesday, 31 January 2012 16:21 | |||
|
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงว่า ภาวะเศรษฐกิจในเดือนธันวาคม 2554 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนในทุกภาคเศรษฐกิจหลัง ปัญหาอุทกภัยเริ่มคลี่คลาย สาหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้อชะลอลง อัตราการว่างงานปรับเพิ่มขึ้นบ้างจากเดือนก่อน แต่ยังอยู่ในระดับต่าและคาดว่าจะปรับลดลงในระยะต่อไป ส่วนดุลการชาระเงินขาดดุล แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการออกไปลงทุนในต่างประเทศของธุรกิจไทย ปัญหาการขนส่งและการเดินทางที่กลับสู่ภาวะปกติ และปัญหาการขาดแคลนสินค้าและชิ้นส่วน การผลิตที่บรรเทาลงหลังน้าลด ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ เริ่มฟื้นตัว การผลิตภาคอุตสาหกรรม แม้จะหดตัวร้อยละ 25.8 จากระยะเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนที่หดตัวถึงร้อยละ 47.2 โดยปรับดีขึ้นในทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะยานยนต์ หลอดอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เนื่องจากโรงงานที่ถูกน้าท่วมสามารถกลับมาผลิตได้บางส่วนและโรงงานที่ไม่ได้ถูกน้าท่วมโดยตรงสามารถจัดหาวัตถุดิบจากทั้งในประเทศและนาเข้าจากต่างประเทศมาทดแทนได้มากขึ้น และทาให้อัตราการใช้กาลังการผลิตปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 52.3 จากเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 40.5 การฟื้นตัวของภาคการผลิตดังกล่าวส่งผลให้การส่งออกเริ่มฟื้นตัวตาม โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เริ่มกลับมาผลิตได้ อย่างไรก็ดี อุปสงค์จากต่างประเทศที่ชะลอตัวต่อเนื่องยังทาให้การส่งออกสินค้าสาคัญอื่นๆ ชะลอลง อาทิ อาหารพร้อมปรุง รวมทั้งการส่งออกข้าวยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ทาให้การส่งออกในเดือนนี้ แม้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน แต่เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนยังลดลงร้อยละ 2.1 ทั้งนี้ ในระยะต่อไป คาดว่าการผลิตและการส่งออกจะทยอยฟื้นตัวเป็นลาดับและกลับเป็นปกติในช่วงกลางปี 2555 ผลผลิตสินค้าเกษตรกลับมาขยายตัวร้อยละ 4.8 จากระยะเดียวกันปีก่อน แม้ผลผลิตข้าวยังคงเสียหายจากอุทกภัย แต่ผลผลิตสินค้าเกษตรชนิดอื่นยังขยายตัวดี โดยเฉพาะยางพาราและปาล์มน้ามัน เนื่องจากมีพื้นที่ให้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นปาล์มได้รับน้าฝนที่เพียงพอ ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรหดตัวร้อยละ 4.3 ตามราคายางพาราที่ลดลงต่อเนื่องตามอุปสงค์ในภาคการผลิตยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ยังฟื้นตัว ไม่เต็มที่ ส่งผลให้รายได้เกษตรกรขยายตัวเพียงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.3 จากระยะเดียวกันปีก่อน สาหรับอุปสงค์ในประเทศเริ่มฟื้นตัวสอดคล้องกับภาคการผลิต การบริโภคภาคเอกชนปรับดีขึ้นตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น สะท้อนจากดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนเดือนธันวาคมที่ขยายตัวร้อยละ 1.7 จากเดือนก่อน (%mom, sa) ตามการขยายตัวของเครื่องชี้ในทุกหมวด ที่สาคัญได้แก่ การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่เร่งตัวขึ้น ปริมาณการนาเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นเพื่อทดแทนสินค้าที่ยังไม่สามารถผลิตได้เต็มที่ รวมทั้งยอดจาหน่ายยานยนต์ที่ปรับตัวดีขึ้น เช่นเดียวกับปริมาณการใช้เชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มพลังงาน ส่วนการลงทุนภาคเอกชนเริ่มกลับมาลงทุนบ้างแล้ว แม้ดัชนีการลงทุนจะยังหดตัว แต่เครื่องชี้ต่างๆ ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะในหมวดก่อสร้าง เป็นผลจากการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง และ การลงทุนตามแผนเดิมของโครงการก่อสร้างในเขตกรุงเทพฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ขณะที่ การลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์เริ่มมีการนาเข้าสินค้าทุนเพื่อทดแทนเครื่องจักรที่เสียหาย ส่วนปริมาณการจาหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน แต่ยังไม่ฟื้นตัวเป็นปกติ การนาเข้าขยายตัวร้อยละ 19.6 เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนาเข้าทองคาค่อนข้างสูงหลังจากราคาทองคาในตลาดโลกปรับลดลง หากไม่รวมทองคา การนาเข้าจะขยายตัวร้อยละ 6.5 โดยเป็นการนาเข้าเพิ่มขึ้นในเกือบทุกหมวด โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องมือเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อชดเชยชิ้นส่วนการผลิตและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขาดแคลนในประเทศ รวมทั้งมีการเร่งนาเข้าน้ามันดิบภายหลังการปิดซ่อมบารุงโรงกลั่นในเดือนก่อนหน้า ภาคการท่องเที่ยวเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม ทาให้นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศทั้งเดือนมีจานวน 1.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 1.2 ล้านคนในเดือนก่อน จากการกลับมาท่องเที่ยวของกลุ่มเอเชียตะวันออกเป็นสาคัญ แต่เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนยังลดลงร้อยละ 2.2 ส่วนการประกาศเตือนการก่อการร้ายในเดือนมกราคมคาดว่าจะกระทบความเชื่อมั่นนักท่องท่องเที่ยวไม่มากนักหากไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น ภาครัฐมีบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนนี้มีการเบิกจ่ายมากขึ้นและ มีจานวนมากกว่ารายได้ที่จัดเก็บได้เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทาให้ขาดดุลเงินสด 37.1 พันล้านบาท ขณะเดียวกัน นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น มาตรการช่วยเหลือของสถาบันการเงินเพื่อบรรเทาภาระหนี้ และความต้องการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูความเสียหายของภาคครัวเรือน ทาให้ยอดคงค้างสินเชื่อขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ขณะที่ยอดเงินฝากของสถาบันการเงินยังคงขยายตัวจากการระดมเงินฝากเพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อ สาหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอลงมาอยู่ที่ร้อยละ 3.53 และ 2.66 ตามลาดับ เป็นผลจากการชะลอตัวของราคาน้ามันดิบในตลาดโลกและราคาในกลุ่มอาหารเป็นสาคัญ อัตราการว่างงานปรับเพิ่มขึ้นบ้างจากเดือนก่อน แต่ยังอยู่ในระดับต่าและคาดว่าจะปรับลดลงในระยะต่อไปตามการฟื้นตัวของภาคการผลิต ส่วนดุลการชาระเงินขาดดุล แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการออกไปลงทุน ในต่างประเทศของธุรกิจไทย ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2554 ขยายตัวชะลอลงมากจากปีก่อน เนื่องจากภาคการผลิตได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในญี่ปุ่นที่ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน และจากสถานการณ์อุทกภัยของไทยที่รุนแรงและขยายวงกว้างในพื้นที่ภาคกลาง ทาให้ภาคอุตสาหกรรมได้รับความเสียหายและเกิดปัญหาในการกระจายสินค้า ส่งผลให้การส่งออก การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนหดตัวลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่า แม้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นตามต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่เริ่มแผ่วลงในช่วงปลายปี สาหรับเสถียรภาพต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์มั่นคง โดยดุลการชาระเงินเกินดุล และสัดส่วนหนี้ต่างประเทศระยะสั้นต่อหนี้ต่างประเทศทั้งหมดปรับลดลง
|
Comments