| ครม.อนุมัติโครงการโชว์ห่วยช่วชาติวงเงิน1,620ล. |
|
| Tuesday, 20 March 2012 13:45 | |||
|
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ได้มีมติอนุมัติค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการลดค่าครองชีพไทยช่วยไทย วงเงิน 1,620 ล้านบาท แยกเป็นโครงการโชห่วยช่วยชาติ "ร้านถูกใจ" (หรือโครงการ 1 ร้านค้า 1 ชุมชน) วงเงิน 1,320 ล้านบาท และโครงการมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพไทยช่วยไทย วงเงิน 300 ล้านบาท สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ โครงการโชห่วยช่วยชาติ "ร้านถูกใจ" (1 ร้านค้า 1 ชุมชน) วงเงิน 1,320 ล้านบาท เป็นโครงการที่จะให้การสนับสนุน ร้านโชห่วยรวมทั้งร้านอาหารธงฟ้า โดยมีเป้าหมายจำนวน 10,000 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งร้านดังกล่วจะจำหน่ายสินค้าที่จำเป็น 20 รายการ ได้แก่ ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ผงชูรส น้ำปลา ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นม UHT ซอสปรุงรส เนื้อสุกร เนื้อไก่ สบู่ ยาสีฟัน แชมพู ผงซักฟอก แป้งผงโรยตัว น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย ยากำจัดยุงและแมลง โดยจะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงชนิดของสินค้า ตามความจำเป็นและการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าแต่ละชนิด และตามสภาวะเศรษฐกิจ ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด รวมทั้งจัดทำสินค้าภายใต้ Brand "ร้านถูกใจ" เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชนในชุมชนในราคาถูก โดยมีแผนการดำเนินการแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 จะเริ่มในช่วงเดือนเมษายน 2555 ในเขต กทม. ปริมณฑลและจังหวัดใหญ่ 15 จังหวัด (ในเขตอำเภอเมือง) รวม 2,000 แห่ง และระยะที่ 2 เริ่มในเดือนพฤษภาคม 2555 ในทุกจังหวัดอีก 8,000 แห่ง สำหรับผลที่คาดว่าจะได้รับ โครงการนี้จะช่วยให้ประชาชนประมาณ 10 ล้านคน สามารถซื้อสินค้าในราคาต่ำกว่าท้องตลาดประมาณร้อยละ 20 หรือในภาพรวมคาดว่าจะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 36,000 ล้านบาท เพิ่มความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีส่วนช่วยเพิ่ม GDP ของประเทศ นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังจะมีส่วนช่วยชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้าอื่น ๆ ในท้องตลาด และจะส่งผลให้รายได้สุทธิของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย โครงการมหกรรมธงฟ้า ลดค่าครองชีพไทยช่วยไทย เป็นโครงการจัดงานธงฟ้าเพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยจะมีการจัดงานจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพในราคาประหยัดทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในทุกระดับได้แก่ การจัดงานระดับประเทศ 3 ครั้ง ระดับภาค ๆ ละ 2 - 4 ครั้ง รวม 12 ครั้ง ระดับจังหวัดทุกจังหวัดรวม 76 ครั้ง (ไม่นับ กทม.) และระดับอำเภอทุกอำเภอรวม 878 ครั้ง การดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะสามารถลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนประมาณ 5 ล้านคน คิดเป็นมูลค่า ประมาณ 1,000 - 1,200 ล้านบาท และเพิ่มเงินหมุนเวียนในการจับจ่ายใช้สอยประมาณ 2,000 - 2,500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าของผู้ผลิต ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการ SME และเกษตรกร ซึ่งคาดว่าจะทำให้ผู้ผลิตมีรายได้เพิ่มขึ้น ประมาณ 400 - 500 ล้านบาท และเป็นการสร้างรายได้ต่อเนื่องไปสู่ภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ เพิ่มการจ้างงาน ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย วิธีการกำกับดูแล ทั้งสองโครงการได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ (1) คณะกรรมการประชาชนแก้ไขปัญหาค่าครองชีพประชาชนพิจารณากำหนดกรอบนโยบายและหลักเกณฑ์ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน (2) คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพประชาชนเพื่อดำเนินการตามโครงการฯ ในส่วนกลาง มีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธาน และ (3) คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพประชาชนระดับจังหวัดเพื่อดำเนินการตามโครงการในแต่ละจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
|
Comments