| ไทยพาณิชย์ชี้ธปท. คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่3.0%หนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ |
|
| Thursday, 14 June 2012 10:58 | |||
|
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.0% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 13 มิถุนายน 2012 ซึ่งเป็นตามที่ตลาดคาดการณ์ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ และธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) รายงานว่า ธปท. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.0% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ในการประชุมครั้งนี้ กนง. ให้น้ำหนักกับความเสี่ยงทางด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่าความเสี่ยงทางด้านเงินเฟ้อเนื่องจากกังวลว่าวิกฤติเศรษฐกิจยุโรปอาจทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศเศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ เช่น สหรัฐฯ และจีน ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าไปยังยุโรป สหรัฐฯ และจีน รวมกันเป็นสัดส่วนถึงราว 30% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย ซึ่งสินค้าที่จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมากได้แก่ สินค้าอิเล็คทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น หากการส่งออกชะลอลง การบริโภค การลงทุน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความเสี่ยงทางด้านเงินเฟ้อยังมีอยู่ในครึ่งปีหลัง เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างขั้นต่ำเป็นแรงกดดันหลักให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น เห็นได้จากอัตราการเพิ่มขึ้นแต่ละเดือนของดัชนีราคาผู้บริโภค (อัตราเงินเฟ้อ %MOM) ที่ยังไม่ได้ชะลอลงตามราคาพลังงาน นอกจากนี้ราคาพลังงานในประเทศ เช่น ค่าไฟฟ้า และแก๊สรถยนต์ ยังคงรอการปรับขึ้นตามนโยบายการปรับโครงสร้างราคาพลังงานของรัฐบาล รวมทั้งสินค้าอื่นๆ ที่อยู่ในระยะเวลาการตรึงราคา ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังยังคงมีแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้ออยู่ "เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีเกินคาด และมีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่องโดยได้แรงสนับสนุนจากภาวะการเงินที่ผ่อนคลาย สินเชื่อภาคเอกชนขยายตัวสูง และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อย่างไรก็ดีภาคการส่งออกมีโอกาสทำให้การฟื้นตัวชะลอลงหากปัญหากลุ่มประเทศยูโรรุนแรงขึ้น"
ส่วนสถานการณ์เงินเฟ้อ แรงกดดันเงินเฟ้อจากต้นทุนแผ่วลงตามราคาน้ำมัน การปรับค่าแรงและราคาพลังงานทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อยังสูง โดยรวมแล้วแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงมีอยู่แต่ลดลงจากก่อนหน้า ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่า ยังคงอยู่ที่ระดับ 3.0% จนถึงปลายปี 2012 หากสถานการณ์ในยุโรปไม่รุนแรงมากนัก น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยยังคงมีมากกว่าน้ำหนักการลดดอกเบี้ยในช่วงต้นปีหน้า
|
Comments