| พีดีเฮ้าส์ รุกรับสร้างบ้านดันยอดขายเฉียด 2 พันล้าน |
|
| Wednesday, 27 March 2013 21:22 | |||
|
พีดีเฮ้าส์ ชี้ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านปี 55 ที่ผ่านมาชะลอตัว แต่มั่นใจปี 56 กำลังซื้อฟื้นตัว คาดตลาดขยายตัวร้อยละ 10-12 มูลค่ากว่าหมื่นล้าน แนะระวังปัญหาขาดแคลนแรงงานและต้นทุนขยับ เผยหลังปรับทัพ ปทุมดีไซน์ฯ ออกเป็น 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1)ธุรกิจรับสร้างบ้าน 2)ธุรกิจแฟรนไชส์ และ 3)ธุรกิจจำหน่ายวัสดุ ส่งผลให้ยอดขายและรายได้รวมปี 55 ขยับทะลุพันล้าน เปิดแผนรุกตลาดรับสร้างบ้านปี 56 เน้นกลยุทธ์ CRM พร้อมชูบ้านอนุรักษ์พลังงาน และระบบก่อสร้างสำเร็จรูป MLS สร้างแต้มต่อเหนือคู่แข่ง ตั้งเป้ายอดขายรวม 3 กลุ่มธุรกิจเติบโตแตะ 2 พันล้านบาท เล็งขยายสาขาครบ 38 สาขา คลอบคลุมพื้นที่ให้บริการกว่า 63 จังหวัดทั่วประเทศ
มองภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านปี 55 นายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ พีดีเฮ้าส์ เปิดเผยว่าปี 2555 ที่ผ่านมา ปริมาณและมูลค่าตลาดรวมรับสร้างบ้านทั่วประเทศ ไม่เติบโตดังที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ พบว่าตลาดรับสร้างบ้านในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล กำลังซื้อชะลอตัว โดยปัจจัยสำคัญๆ เกิดจาก ประการแรกผู้บริโภคยังมีความกังวลว่าน้ำจะท่วมซ้ำอีก โดยเฉพาะพื้นที่ๆ เคยถูกน้ำท่วมมาก่อน เช่น พื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ นนทบุรี ปทุมธานี ประการถัดมา เป็นเพราะปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนักตลอดปี ทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหางานก่อสร้างเดิมชะงัก จนต้องชะลอการรับงานสร้างบ้านใหม่ แต่ขณะเดียวกันตลาดรับสร้างบ้านในภูมิภาคหรือตลาดเกิดใหม่ พบว่าหลายๆ พื้นที่ ได้แก่ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ในปีที่ผ่านมาเติบโตได้ดี จึงช่วยฉุดมิให้ปริมาณและมูลค่าตลาดรวมทั่วประเทศลดลงมากนัก โดยตลาดรับสร้างบ้านตลอดปี 2555 มีมูลค่ารวมเกือบ 9 พันล้านบาท
สำหรับ “ตลาดบ้านสร้างเอง” ทั่วประเทศปี 2556 นี้ คาดว่ามีมูลค่ารวมประมาณ 1.2-1.3 แสนล้านบาท ในขณะที่ประเมินว่า “ตลาดรับสร้างบ้าน” มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาทเศษ ขยายตัวร้อยละ 12-15 เมื่อเปรียบเทีบกับปีที่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยประเมินไว้ว่า จะขยายตัวประมาณร้อยละ 5-10 แต่จากสถานการณ์ไตรมาสแรกปีนี้ พบว่าความต้องการสร้างบ้านใหม่ หรือกำลังซื้อในต่างจังหวัดเติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ในขณะที่กำลังซื้อในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็ฟื้นตัวชัดเจน นอกจากนี้ การที่มีผู้ผลิตวัสดุรายใหญ่ขยายเข้ามารุกตลาดรับสร้างบ้านระดับราคา 5-10 บาท ถือเป็นการปลุกตลาดและกำลังซื้อผู้บริโภคให้เติบโตตามกัน เชื่อว่าแนวโน้มภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศปีนี้สดใส อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังคือ ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และต้นทุนวัสดุอาจมีการปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
ฉายภาพการเติบโตกลุ่มธุรกิจพีดีเฮ้าส์
นายสิทธิพร เปิดเผยอีกว่า ภายหลังจากที่ บจก.ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป มีการต่อยอดจาก “ธุรกิจรับสร้างบ้าน” ขยายไปสู่ “ธุรกิจแฟรนไชส์รับสร้างบ้าน” ภายใต้แบรนด์ “พีดีเฮ้าส์” เมื่อปี 2552 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็ได้มีการขยายกลุ่มธุรกิจออกเป็น 3 ธุรกิจหลักๆ ได้แก่ 1) ธุรกิจแฟรนไชส์ 2) ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และ 3) ธุรกิจรับสร้างบ้าน ทั้งหมดนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการปรับตัวของบริษัทฯ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เพื่อจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมๆ กับขยายตลาดและบริการรับสร้างบ้านให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น รวมทั้งเพื่อเตรียมพร้อมรับและรุกตลาดรับสร้างบ้าน เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 ที่จะถึงนี้
กลยุทธ์การตลาดและการแข่งขันปีงูเล็ก นายพิศาล ธรรมวิเศษ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า การแข่งขันในปี 2556 นี้ สำหรับธุรกิจรับสร้างบ้านจะชูจุดขายเรื่อง “บ้านอนุรักษ์พลังงาน” และ “ระบบก่อสร้างสำเร็จรูป” เชื่อว่าผู้บริโภคเห็นความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างประหยัดมากขึ้น ดังนั้น จึงเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคนี้ ที่ผ่านมาพีดีเฮ้าส์เคยได้รับรางวัลบ้านอนุรักษ์พลังงาน จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงานมาแล้วถึง 21 รางวัล เมื่อปี 2552-4 ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายมั่นใจได้ว่าเป็นบ้านประหยัดพลังงานและอยู่สบาย สำหรับการนำระบบโครงสร้างสำเร็จรูป MLS (Multi-joint Lock System) มาใช้ก่อสร้างบ้านทุกหลังนั้น นับเป็นการปรับตัวได้ทันและมีความสำคัญมาก เพราะช่วยลดปัญหาขาดแคลนแรงในภาวะปัจจุบัน แม้ว่าบริษัทฯ จะมีปริมาณงานรับสร้างบ้านจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศก็ตาม และนับเป็นข้อได้เปรียบคู่แข่งในธุรกิจนี้
“แผนการตลาดปี 2556 นี้ บริษัทฯ จะเลือกใช้กลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าหรือ CRM (Customer Relationship Management) เพื่อให้เกิดการบอกต่อจากลูกค้าเก่าและขยายฐานลูกค้าใหม่ เชื่อว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายให้เติบโตตามเป้าทั้งในปีนี้และระยะยาว โดยบริษัทฯ จะมีการจัดกิจกรรมคืนกำไรลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เช่น ทริปทัวร์ประเทศพม่า ลาว กัมพูชา ฯลฯ เป็นต้น ทั้งนี้บริษัทฯ จะไม่เลือกแข่งขันด้วยราคา หรือทำสงครามราคากับคู่แข่งขันในตลาด แต่จะเน้นที่คุณภาพและบริการที่แตกต่าง นอกจากนี้จะเน้นการสื่อสารตราสินค้า (Brand Communication) เพื่อให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านสื่อต่างๆ หลากหลายช่องทางด้วยงบประมาณโฆษณาและประชาสัมพันธ์ที่เตรียมไว้ 30 ล้านบาท”
สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ปีนี้ จะเน้นขายสาขาแฟรนไชส์ให้กับรายเดิมและลงทุนเองเป็นหลัก เหตุผลก็เพราะจำนวนสาขาที่มีอยู่ในปัจจุบัน สามารถรองรับการให้บริการรับสร้างบ้านได้มากถึง 63 จังหวัดแล้ว ดังนั้น จึงไม่ต้องการให้สาขาแฟรนไชส์เกิดการแข่งขันกันเอง และในส่วนที่บริษัทต้องการลงทุนขยายสาขาเองนั้น ก็เพื่อจะรองรับบุคลากรที่อยู่กันมานานให้เติบโตเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยแนวคิดนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้บริษัทฯ มีการต่อยอดมาสู่ธุรกิจแฟรนไชส์รับสร้างบ้านในปัจจุบัน
ยอดขายปี 2555 และเป้าหมายปี 2556
ปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขายรวมกว่า 1 พันล้านบาท โดยยอดขายจะมาจากธุรกิจรับสร้างบ้าน 965 ล้านบาท ธุรกิจจำหน่ายวัสดุ 164 ล้านบาท และธุรกิจแฟรนไชส์ประมาณ 50 ล้านบาทเศษ สำหรับในปี 2556 นี้ ตั้งเป้ายอดขายบ้านไว้ 320-350 หลัง คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1.4-1.5 พันล้านบาท เติบโตสูงจากปีที่แล้วกว่าร้อยละ 50 โดยในช่วงไตรมาสแรกนี้ทำยอดขายได้แล้วเกือบ 300 ล้านบาท สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ ปีนี้มีแผนจะเปิดสาขาให้ครบ 38 สาขา คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 80-100 ล้านบาท และสุดท้าย ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 240-250 ล้านบาทเศษ ส่งผลให้ปี 56 นี้ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจพีดีเฮ้าส์จะมีรายได้รวมเกือบ 1.9 พันล้านบาทเศษ นายพิศาล กล่าวทิ้งท้าย
|
Comments