Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News สภาพัฒน์หั่นเป้าเศรษฐกิจปีนี้เหลือโต4.2-5.2%
สภาพัฒน์หั่นเป้าเศรษฐกิจปีนี้เหลือโต4.2-5.2% PDF Print E-mail
Monday, 20 May 2013 22:34

          นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกปี 2556 ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ GDP ขยายตัวร้อยละ 5.3 ชะลอตัวจากไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา แต่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือการใช้จ่ายภาคครัวเรือนขยายตัวร้อยละ 4.2 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากโครงการรถคันแรก คาดว่าจะชลอตัวในไตรมาสต่อไป

 

          ด้านการลงทุนขยายตัวร้อยละ 6.0 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ด้านการส่งออก มีมูลค่าการส่งออกสินค้าประมาณ 56,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวขึ้นร้อยละ 4.5 ซึ่งขยายตัวในเกณฑ์ต่ำตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และการแข็งค่าของเงินบาท โดยมูลค่าการส่งออกในรูปของเงินบาทขยายตัวร้อยละ 0.5

 

          สำหรับภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 4.8 ซึ่งการขยายตัวด้านอุตสาหกรรมจะเป็นไปตามภาคการส่งออก ภาคการเกษตรขยายตัวร้อยละ 0.5 จากผลผลิตทางการเกษตรมีน้อยจากภาวะภัยแล้ง สาขาโรงแรมและภัตตาคาร ขยายตัวร้อยละ 14.8 โดยมีนักท่องเที่ยวสูงถึง 6.8 ล้านคน และภาคการก่อสร้างขยายตัวร้อยละ 10.5 เป็นผลมาจากโครงการก่อสร้างของภาครัฐและเอกชนที่เพิ่มมากขึ้น

 

          ทั้งนี้ สศช.ได้ปรับลดแนวโน้ม GDP ในปี 2556 จากเดิมร้อยละ 4.5 - 5.5 เป็น 4.2 - 5.2 เนื่องจากเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีขยายตัวในเกณฑ์ต่ำ และอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก การฟื้นตัวของราคาสินค้าในตลาดโลก ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และล่าช้ากว่ากำหนด รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาท และแรงส่งจากมาตรการรถยนต์คันแรกของรัฐบาลที่ลดต่ำลง

 

          สำหรับ การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น  รัฐบาลต้องดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มชะลอตัว ดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะราคาสินค้าสำคัญ บริหารจัดการให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบจากการลดลงของแรงส่งจากมาตรการรถยนต์คันแรก แก้ไขปัญหาผลกระทบผู้ประกอบการ SMEs และเร่งรัดโครงการลงทุนภายใต้แผนบริหารจัดการน้ำ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และต้องแก้ปัญหาการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศที่มากเกินปกติ ซึ่งต้องร่วมกันทั้งมาตรการด้านการเงิน การคลัง อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการไหนเข้าของเงินทุนที่มากเกินไป ซึ่งจะส่งผลกระทบในทางลบกับระบบเศรษฐกิจของประเทศได้

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday912
mod_vvisit_counterAll days912

We have: 912 guests online
Your IP: 216.73.216.73
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 09, 2026

8254216