Error
กลุ่มPRANDA ตั้งเป้า5ปีรายได้แตะ7พันล้าน
Print
Thursday, 05 September 2013 23:54

นายปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานกรรมการ กลุ่ม บมจ.แพรนด้า จิวเวลรี่(PRANDA) กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมใน 5 ปีข้างหน้า(ปี 56-60)ที่ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นกว่า 7,000 ล้านบาท จากสิ้นปีนี้คาดว่ารายได้จะจบที่กว่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 4,200 ล้านบาท

         

 ในเบื้องต้นกลุ่ม PRANDA ตั้งงบลงทุนรวม 3 ปี(ปี 56-58)ที่ 500 ล้านบาท โดยจะเน้นการขยายจุดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เป็นลำดับต้นๆ เพราะมองว่ายังขยายตลาดได้อีกมาก ซึ่งใน 3 ประเทศนั้นมีบริษัทย่อยอยู่แล้ว และจะใช้งบดังกล่าวภายในปีนี้ประมาณ  100 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นปีถัดไป

 

          ขณะที่ การขยายกำลังการผลิตนั้น บริษัทสามารถขยายเพิ่มได้ทั้งโรงงานในเวียดนามที่ยังมีพื้นที่เหลืออยู่พร้อมลงทุนเพิ่ม สามารถขยายได้เป็น 3 ล้านชิ้น/ต่อปี สำหรับประเทศฟิลิปปินส์กำลังเจรจาอาจเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตร โดยปัจจุบัน กำลังการผลิตรวมของกลุ่มอยู่ที่ 8-10 ล้านชิ้น/ปี แบ่งเป็นในไทย 5 ล้านชิ้น อินโดนีเซีย 2 ล้านชิ้น และเวียดนาม 1 ล้านชิ้น

 

          บริษัทตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากขายสินค้าเฮ้าส์แบรนด์เพิ่มเป็น 50% และรับจ้างผลิต(OEM) 50% ในอีก 10 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันสัดส่วนรายได้เฮ้าส์แบรนด์อยู่ที่ 30% และ OEM 70% โดยบริษัทจะขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย เวียดนาม และอินเดีย ที่จะเน้นเอาสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ไปบุกตลาดเหล่านี้มากขึ้น ส่วนตลาดสหรัฐและยุโรปก็ยังเป็นตลาดสำคัญที่จะเติบโตจากสินค้า OEM ซึ่งแบรนด์หลักของ PRANDA ได้แก่ พรีม่า โกลด์, พรีม่า ไดมอน และ MERII  ขณะนี้ในเวียดนามมีจุดจำหน่ายพรีมา โกลด์ 8 สาขา และสิ้นปีจะครบ 10 สาขา ส่วนอินโดนีเซียมี 1 สาขา สิ้นปีเพิ่มเป็น 2 สาขา

 

สำหรับ ผลประกอบการในปีนี้ว่า รายได้รวมในปีนี้คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 4,230 ล้านบาท พลาดเป้าหมายจากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 5% เนื่องจากครึ่งแรกได้รับผลกระทบจากวิกฤตยุโรป เงินบาทแข็งค่า และภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ครึ่งแรกทำรายได้ 1,750 ล้านบาท ลดลง 5.99% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่แนวโน้มครึ่งหลังคาดรายได้คงสูงกว่าครึ่งปีแรก เพราะเป็นฤดูการขาย ซึ่งในช่วงเดือน ก.ย.-ส.ค.มีสัญญาณดีขึ้นแล้วจากคำสั่งซื้อที่เข้ามาต่อเนื่อง

 

          ส่วนกำไรสุทธิปีนี้คาดว่าจะลดลงจากปีก่อนที่มีกำไร 449 ล้านบาท เพราะครึ่งปีแรกขาดทุน 2.17 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 1/56 เงินบาทแข็งค่ามาที่ 28 บาท/ดอลลาร์ ไตรมาส 2/56 อ่อนลงมาเล็กน้อย แต่เมื่อมาถึงไตรมาส 3/56 ค่าเงินบาทอ่อนค่ามาอยู่ราว 32 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจส่งออก และหากครึ่งปีหลังค่าเงินบาทยังอยู่ในระดับเฉลี่ยที่ 32 บาท/ดอลลาร์ ก็จะส่งผลดีต่อกำไรของบริษัท จึงอยากให้รัฐบาลพยายามรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน โดย ปัจจุบัน สัดส่วนรายได้เป็นส่งออก 80% ในประเทศ 20% ส่งออกแบ่งเป็นสหรัฐ 35% ยุโรป 30% เอเชีย 35%

 

          "6 เดือนแรกของปีนี้ถือเป็นช่วงหนักสุดของเรา จากนี้ไปจะฟื้นตัวและฟื้นเต็มที่ใน 3 ปี เชื่อปี 57 การบริโภคเครื่องประดับจะกลับมาทั้งอเมริกา ยุโรป เอเชีย จากนี้ไปดีมานด์ไม่น่ามีข่าวร้ายอะไรเพราะข่าวร้ายยุโรปเข้ามาหมดแล้วคนเริ่มชิน จากครึ่งแรกที่ยุโรปช็อก แต่ตอนนี้คุ้นเคยและทำใจได้กลับมาบริโภคเครื่องประดับอีกครั้ง สหรัฐฟื้นจากการถดถอยตอนนี้สู่แสงสว่างแล้ว จีนก็กระตุ้นการบริโภคในประเทศแทน สงครามซีเรียมีประเด็นบ้างทองอาจขึ้นเพราะทองรับรู้โอกาสสงครามไปแล้วระดับหนึ่งแล้ว"

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment