| ไทย-มาเลย์ เห็นพ้องกระตุ้นค้าชายแดนจับตาตั้ง “Rubber City”อุ้มยาง |
|
| Thursday, 03 October 2013 09:21 | |||
|
กระทรวงพาณิชย์หารือมาเลเซีย เรื่องการค้าชายแดนและการร่วมทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมฮาลาล และอุตสาหกรรมยางพารา ด้านมาเลย์เสนอตั้ง Rubber City ส่วนไทยขอให้ช่วยนำเข้าข้าวและน้ำตาลมากขึ้น และเตรียมประชุม JTC ครั้งที่ 2 ปลายปีนี้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่ ดาโต๊ะ มุสตาฟา โมฮัมเม็ด รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสหากรรมมาเลเซีย ได้เดินทางมาราชการที่ประเทศไทย และได้มีโอกาสหารือกันเกี่ยวกับการค้าชายแดน และการร่วมทุนระหว่างกันในพื้นที่เขตติดต่อบริเวณชายแดนตอนใต้ของไทยกับทางเหนือของมาเลเซียนั้น ได้มีความเห็นพ้องกันว่าควรที่จะให้การส่งเสริมในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพ และควรส่งเสริมความร่วมมือและการร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมฮาลาล และอุตสาหกรรมยางพารา ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบยางพาราของมาเลเซีย มีการนำเข้ายางพาราจากไทยจำนวนมาก อีกทั้งปัจจุบันมาเลเซียไม่สามารถเพิ่มพื้นที่สำหรับการปลูกยางพาราได้ ในขณะที่ไทยต้องการเทคโนโลยีการผลิตจากมาเลเซีย นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า รัฐมนตรีการค้ามาเลเซียได้เสนอให้มีการจัดตั้ง Rubber City บริเวณชายแดนเป็นความร่วมมือกันระหว่างมาเลเซียกับไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ 2 ประเทศ ซึ่งความร่วมมือภายใต้กรอบ IMT-GT และ JDS (Joint Development Strategy for Border Areas) จะช่วยสนับสนุนและพัฒนาการค้าชายแดนระหว่างกัน “ที่สำคัญการก่อสร้างสะพานสุไหงโกลก-รันเตาปันจัง แห่งที่ 2 ก็จะเป็นผลดีต่อการค้าและการท่องเที่ยวของทั้งสองฝ่าย และเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนให้มีการพบปะระหว่างนักธุรกิจของทั้งสองฝ่ายให้มากยิ่งขึ้นด้วย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังกล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันก็ได้ขอให้ทางมาเลเซียนำเข้าข้าวและน้ำตาลจากไทยให้มากขึ้น และผลักดันให้ฝ่ายมาเลเซียพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องการขนส่งสินค้าไทยผ่านแดนมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ ซึ่งมีข้อจำกัดให้การขนส่งสินค้าเน่าเสียง่ายผ่านแดนมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ได้เพียงปีละ 30,000 ตันเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้ยกขึ้นหารือกับมาเลเซียมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงต้องการเห็นการแก้ไขปัญหานี้ให้เกิดผลโดยเร็ว “ก็มีข้อเสนอแนะไปว่า ทางหนึ่งที่เห็นว่ามาเลเซียควรเร่งดำเนินการคือการให้สัตยาบันความตกลงการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบในกรอบอาซียน (ASEAN Multimodal Transportation Agreement) ซึ่งทางรัฐมนตรีการค้ามาเลเซีย ก็รับที่จะนำเรื่องเรียนให้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียพิจารณา” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวในที่สุดว่า ทางกระทรวงพาณิชย์จะได้นำเรื่องต่างๆ ที่ได้มีการหารือกันในครั้งนี้ นำไปเป็นประเด็นในการประชุม JTC ครั้งที่ 2 ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพ โดยจะจัดขึ้น ณ จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า เพื่อหารือในรายละเอียดและติดตามความคืบหน้าต่อไป
|
Comments