Error
“อุตสาหกรรมยุคใหม่” ก้าวที่ท้าทายสู่อนาคต
Print
Thursday, 03 October 2013 21:30

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) จัดเวทีเสวนาระดมมุมมองนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาครัฐและเอกชน ร่วมแสดงความคิดเห็นภายใต้หัวข้อ : Next Generation of Thai Industry “อุตสาหกรรมยุคใหม่ก้าวที่ท้าทายสู่อนาคต  เพื่อนำเสนอแนวโน้มและภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ ตลอดจนทิศทางและแนวโน้มภาคอุตสาหกรรมในอนาคต เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

 

ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้ประเทศถึง 40%  แต่จากการเปลี่ยนแปลงปัจจัยภายนอก ได้แก่ การเข้าสู่ AEC ในปี 2558, สังคมสุขภาพ/ผู้สูงอายุ,  Global warming,  สถานการณ์ด้านพลังงาน,  Global  Food Supply, นวัตกรรมใหม่ ๆ และปัจจัยภายในที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทย ได้แก่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  นโยบายรัฐบาล  ความรับผิดชอบต่อสังคม  Logistic / Supply chain  Global standard  /กฎระเบียบที่กีดกันทางการค้าอื่นๆ (NTB)  กฎหมาย/กฎระเบียบที่ไทยต้องมีการบูรณาการให้เอื้อต่อการลงทุน การรวมกลุ่ม Cluster ทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องปรับตัว ซึ่งบทบาทที่สำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรมมี  2 ส่วน คือ  1) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ภาคเอกชนและ SMEs และ 2)  การจูงใจให้ประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืนต้องคำนึงถึงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม  ควบคู่กับการพัฒนาคน  ทั้งนี้  แผนแม่บทการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะ  20 ปี  ของกระทรวงอุตสาหกรรม  แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ในระยะ 5 ปีแรก เป็นการเตรียมความพร้อม สั่งสมความรู้ เรียนรู้  ระยะ 10 ปี เป็นการต่อยอดองค์ความรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ และสุดท้าย ในระยะ 20 ปี ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความพร้อมของอุตสาหกรรมไทยว่า  การที่โลกมีความผันผวนในทุกมิติโดยเฉพาะทางการเงินของประเทศใหญ่ เช่น  อเมริกา ยุโรป  และญี่ปุ่น ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างและจากโครงสร้างของประเทศไทยที่พึ่งพาการส่งออกสูง ประมาณ 70% ของ GDP  ดังนั้น  เมื่อเกิดวิกฤติก็จะกระทบการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  นอกจากนี้ไทยยังมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน  ผลิตภาพแรงงานต่ำ  มีอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง หากจะให้ประเทศเปลี่ยนจากรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูงต้องให้เวลาผู้ประกอบการในการปรับตัวและการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันรวมทั้งต้องสร้างความเชื่อมโยงระหว่างต้นน้ำ กลางน้ำ  ปลายน้ำ  เพื่อลดต้นทุน อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีจุดแข็งในด้านเกษตร  ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม  การค้าและบริการ  จึงควรให้ความสำคัญในการพัฒนา  4 ด้านดังกล่าว  โดยเน้นในเรื่องการใช้ทรัพยากรที่ทดแทนได้ และใช้อย่างมีคุณค่ามากขึ้น การปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ

(Business  model)  มีการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมชีวภาพ ในขณะที่ภาครัฐควรพัฒนาในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และสร้าง Country  brand  ให้สินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี  บรรจุภัณฑ์ น่าประทับใจ  ใช้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วย  รวมทั้งต้องสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือของประเทศโดยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับต่างประเทศทั้งในระดับรัฐบาลและในระดับธุรกิจ

 

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี  เครื่องจักรใหม่ที่ประหยัดพลังงาน  มีกระบวนการผลิตที่สะอาด  พัฒนาระบบ logistic และผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย  ทั้งนี้หากจะให้ดีที่สุดต้องทำเพิ่มเติมในอีกสองเรื่อง คือ  เรื่องสิ่งแวดล้อม  และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ กติกาโลก  เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้เลือกและตัดสินใจซื้อสินค้า

 

ดร.สมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมใหม่ในอนาคตต้องสามารถตอบโจทย์ 3 ด้าน คือ 1) การเพิ่มขีดความสามารถภายใต้บริบทของการแข่งขันที่รุนแรงและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น  เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น เราจะสามารถอยู่รอดได้อย่างไร  ซึ่งอุตสาหกรรมไทยมีโอกาสในการแข่งขันทุกอุตสาหกรรมเพียงแต่ต้องเลือกเวทีและสินค้าให้ถูก  ความร่วมมือกันตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ  กลางน้ำ  ปลายน้ำ  เป็นสิ่งจำเป็น  รวมทั้งการนำเทคโนโลยีเข้ามาตอบโจทย์              กฎระเบียบ กติกาต่าง ๆ ที่ยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น  2)  Global Issue การพัฒนาอุตสาหกรรมต้องสามารถข้ามเงื่อนไขของกฎระเบียบและมาตรฐานสากลได้ 3)  Local  issue  อุตสาหกรรมต้องอยู่ร่วมกับสังคมให้ได้  หากทำได้จะสามารถลดต้นทุน  ลดความสูญเสีย  และนำไปสู่การแข่งขันที่ดีขึ้น

 

ดร.สมชาย กล่าวขอบคุณและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลที่ผู้ประกอบการได้รับจากการสัมมนาครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมมีข้อมูลนำไปประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจและนำไปเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไป

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment