Error
สถาบันฯ ลุ่มน้ำโขง ขอนแก่น - ทีเส็บ สร้างไทย ฮับ ไหมเอเชีย
Print
Friday, 11 September 2015 14:17

สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ( Mekong Institute: MI ) จังหวัดขอนแก่น และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ จัดสัมมนา “ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและการตลาดไหมตามรูปแบบบรรษัทบริบาล (CSR) ”  สร้างประเทศไทย ให้เป็นศูนย์รวมการค้าไหมระหว่างประเทศ  และร่วมส่งเสริมธุรกิจไหมในไทยและเอเชีย อย่างยั่งยืน

 

ดร.วัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์   ผู้อำนวยการ สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง   ( Mekong Institute: MI ) เปิดเผยว่า ประเทศไทยถือเป็นผู้ค้าสำคัญรายหนึ่งในตลาดผ้าไหม กลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง GMS รองจากประเทศจีน ปัจจุบันตลาดส่งออกไหมสำคัญของไทยในอาเซียน คือ สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ สถาบันฯ ลุ่มน้ำโขง ทำหน้าที่ในการส่งเสริม ให้ความรู้ รวบรวมกลุ่มผู้ประกอบการไหมทั้งในและต่างประเทศเข้าด้วยกัน โดยเลือกจังหวัดขอนแก่นเป็นฐานในการดำเนินงาน เพื่อขยายตลาดไปสู่ประเทศต่างๆในเอเชีย โดยเฉพาะตลาด อินโดนีเซีย ซึ่งมีกำลังซื้อสูงมาก รวมถึงการมาถึงของ เออีซี   ที่จะทำให้ผู้ประกอบการไหมไทยมีโอกาสอีกมาก ในการเจาะตลาดกลุ่มนี้ ทั้งนี้การที่ผ้าไหมไทยจะเป็น     ที่ยอมรับในตลาดต่างๆ ดังที่กล่าวมา จำเป็นต้องมีการนำเอา เทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต และให้ความสำคัญต่อการตลาดในรูปแบบบรรษัทบริบาล เนื่องจากเป็นเทรนด์ของโลก ที่จะให้การยอมรับบริษัท ที่ผลิตสินค้าด้วยเทคโนโลยี และมีความเป็นบรรษัทบริบาล

 

“ อุตสาหกรรมไหมในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในปัจจุบัน กำลังเผชิญกับปัญหาและความท้าทายต่างๆ เช่น ผลผลิตตกต่ำ ราคาเส้นไหมนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น ปัญหาด้านคุณภาพ ปัญหาด้านกฎเกณฑ์ข้อบังคับของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะเรื่องบรรษัทบริบาล และความทันสมัยของเทคโนโลยี ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดันธุรกิจไหมด้วยการหาช่องทางและแนวทางการเจริญเติบโตแบบใหม่ บนเวทีใหม่ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความถดถอยของธุรกิจ เทรนด์ ของอุตสาหกรรมไหมโลกในวันนี้ ให้ความสำคัญกับ หลักบรรษัทบริบาล และเทคโนโลยี ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไหมจึงจำเป็นต้องปรับตัวเข้าสู่แนวทางใหม่นี้ เพื่อนำไปสู่การเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ” ดร.วัชรัศมิ์ กล่าว

 

นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ขอนแก่น เปิดเผยว่า  ผ้าไหมของไทยมีชื่อเสียงและมีประวัติมายาวนาน แต่ละท้องถิ่นก็มีความแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะผ้าไหมในภาคอีสาน สามารถสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จัก และจดจำของผู้คนทั้งในและต่างประเทศ จังหวัดขอนแก่น ถือเป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน ด้วยทำเลที่มีศักยภาพ และบทบาทของจังหวัดในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไหมในประเทศไทยและในอาเซียนที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแผน โรดแม็พ ที่ร่วมกันผลักดันกับสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน ด้วยวัตถุประสงค์หลัก เพื่อส่งเสริมให้จังหวัดขอนแก่นเป็น ไมซ์ ซิตี้ ศูนย์กลางผ้าไหมโลก ใน พ.ศ. 2559

 

ทั้งนี้ สถาบันฯ ลุ่มน้ำโขง และจังหวัดขอนแก่น ได้ทำกิจกรรมส่งเสริมอุตสาหกรรมผ้าไหมไทย โดยเริ่มจาก พ.ศ. 2556 ที่มีการสัมมนาระดับนานาชาติครั้งแรกในหัวข้อ “เส้นทางสายไหม” หลังจากนั้นได้กลายมาเป็นการจัดกิจกรรมประจำปีของจังหวัดขอนแก่น ต่อด้วยการจัดสัมมนาและจับคู่ธุรกิจไหมนานาชาติ ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2557 และเพื่อเป็นการสนองตอบต่อภารกิจ ในการจัดกิจกรรม ครั้งที่ 3 นี้ จึงจัดขึ้นในรูปแบบการบูรณาการหลักบรรษัทบริบาล (CSR) ภายใต้หัวข้อ การจัดสัมมนาและจับคู่ธุรกิจไหมนานาชาติ เรื่อง “การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและการตลาดไหมตามรูปแบบบรรษัทบริบาล (CSR)” เพื่อให้ จังหวัดขอนแก่นกลายเป็น MICE City ศูนย์รวมการค้าไหมระหว่างประเทศ

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment