Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News บล.ทิสโก้เปิดโผหุ้นเด่นรับครม.ชุดใหม่
บล.ทิสโก้เปิดโผหุ้นเด่นรับครม.ชุดใหม่ PDF Print E-mail
Tuesday, 16 July 2019 23:33

บล.ทิสโก้ชี้ รัฐบาลประยุทธ์ 2/1 เร่งอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ เผยหากสามารถเดินหน้าได้ทุกโครงการจะมีเงินเข้าสู่ระบบกว่า 3.5 แสนล้านบาท แต่หากติดข้อจำกัดเรื่องขาดดุลงบประมาณอาจจำเป็นต้องหั่นบางโครงการทิ้ง โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นเม็ดเงินเข้าสู่ระบบอย่างเร็วที่สุดภายในไตรมาส 4 ปีนี้ พร้อมเปิดชื่อหุ้นเด่นได้อานิสงส์ การบริโภคในประเทศโต รัฐเร่งลงทุน และเงินทุนต่างชาติไหลเข้า

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (Mr. Apichat Poobunjirdkul, Senior Strategist, TISCO Securities Co., Ltd) เปิดเผยว่า ภายหลังจากคณะรัฐมนตรี ‘ประยุทธ์ 2/1’ ได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว คาดว่านโยบายเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจที่รัฐบาลจะแถลงในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม จะเกี่ยวข้องกับนโยบายหลักของ 3 พรรคร่วมรัฐบาล เช่น การเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, การดูแลราคาสินค้าเกษตร ได้แก่ ข้าว ยาง ปาล์ม, การลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ เป็นต้น รวมทั้งจะดำเนินการเร่งรัดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยเฉพาะโครงการใน EEC ให้มีความคืบหน้ามากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าเมื่อรวมทุกนโยบาย จะสามารถคำนวณเป็นเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 3.5 แสนล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 2% ต่อ GDP โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือรัฐบาลจะสามารถเดินหน้านโยบายได้ทั้งหมดหรือไม่ เพราะอาจมีข้อจำกัดในการขาดดุลงบประมาณ อีกทั้งต้องจับตาว่า รัฐบาลจะสามารถผลักดันโครงการต่างๆ ให้เห็นผลในเชิงประจักษ์ได้มากน้อยแค่ไหน

“หากรัฐบาลเดินหน้านโยบายได้ทั้งหมดจะมีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 3.5 แสนล้านบาทต่อปี แบ่งเป็น 1. การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและโครงการมารดาประชารัฐ 7.2 หมื่นล้านบาทต่อปี 2. การดูแลราคาสินค้าเกษตร 1 แสนล้านบาทต่อปี และ 3. การลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% สำหรับคนชั้นกลาง 1.7 แสนล้านบาท แต่ด้วยข้อจำกัดของการขาดดุลงบประมาณภายใต้กฎหมายและการเติบโตของ GDP ในปัจจุบัน คาดว่าจะขาดดุลงบประมาณได้ไม่เกิน 6.3 - 7.2 แสนล้านบาทต่อปี จึงทำให้รัฐบาลอาจจะต้องต้องลดทอนนโยบายบางอย่าง หรือหั่นมาตรการที่มีอยู่เดิม” นายอภิชาติกล่าว

อย่างไรก็ตาม  หลังจากการประกาศนโยบายและเริ่มเดินหน้าโครงการต่างๆ แล้ว คาดว่าเม็ดเงินรัฐบาลที่จะอัดฉีดเข้ามาในระบบจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดภายในไตรมาส 4/2562 อย่างไรก็ดี ภายใต้ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีน และแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก บล.ทิสโก้ยังชอบหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ทั้งในแง่ของการบริโภค และการลงทุน

แต่ด้วยดัชนีหุ้นไทยปีนี้ปรับขึ้นมาถึง 11% ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายหุ้นไทยในปี 2562 ที่ 1,790 จุดแล้ว ดังนั้น จึงต้องเลือกหุ้นที่ได้ประโยชน์กับการบริโภคในประเทศแต่ราคายังขึ้นช้า และมี Upside ข้างหน้าอยู่ สำหรับหุ้นที่แนะนำเกี่ยวกับการบริโภค ได้แก่ BJC, ROBINS และ AEONTS หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุน ได้แก่  AMATA, ROJNA, WHA, EASTW, CK, STEC, SEAFCO และ PYLON  ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่คาดจะได้ประโยชน์จากแนวโน้มเงินทุนต่างประเทศไหลเข้า ได้แก่  BBL, INTUCH, MINT และ TU

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday23722
mod_vvisit_counterYesterday25404
mod_vvisit_counterAll days91358903

We have: 307 guests online
Your IP: 34.231.243.98
 , 
Today: Aug 17, 2019

6055064