|
Monday, 08 February 2010 10:27 |
|
นายชัย จิระเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.พัฒนสิน กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันนี้มีโอกาสปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยมีระดับแนวรับสำคัญที่ 681 - 680 จุด อีกทั้งมีปริมาณซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันจากตลาดหุ้นต่างประเทศทั้งตลาดหุ้นในภูมิภาคส่วนใหญ่ที่เปิดตลาดฯ ในแดนลบ และตลาดหุ้นยุโรป ที่ปรับตัวลดลง ตอบรับความกังวลจากประเด็นข่าวกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สาธารณะในประเทศแถบยุโรปประกอบด้วยกรีซ โปรตุเกส และสเปนที่กังวลว่าอาจจะลุกลามต่อไป
นอกจากนี้ ยังได้รับปัจจัยลบกดดันจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงเกือบ 2 ดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยลบ และส่งผลต่อราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานที่มีขนาดมาร์เก็ตแค็ปใหญ่มีความเสี่ยงให้อ่อนตัวลง ด้านดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐฯที่เมื่อวันศุกร์ (5 ก.พ.53) ระหว่างการซื้อขายดัชนีฯลดดลงแรง ก่อนที่จะปิดตลาดฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 10.05 จุด เชื่อว่าจะไม่มีผลเชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในวันนี้
โดยดัชนี ฮั่งเส็ง: ตลาดหุ้นฮ่องกง เวลา 08:56 น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 19,614.85 จุด ลดลง 50.23 จุด ทั้งนี้เปิดตลาดที่ระดับ 19,614.85 จุด ปิดตลาดครั้งก่อนที่ระดับ 19,665.08 จุด หรือ -0.26 % ,ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ค ปิดที่ระดับ 10012.23 จุด เพิ่มขึ้น 10.05 จุด หรือ 0.10% และราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนมีนาคม ที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ราคา 71.19 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.95 ดอลลาร์ หรือ 2.67%
สำหรับปัจจัยที่จะต้องติดตาม คือผลประกอบการประจำไตรมาส 4/52 ของบริษัทจดทะเบียนที่จะทยอยออกมาว่าจะมีตัวเลขออกมาอย่างไร อีกทั้งประเด็นการเมืองในประเทศคือกรณีการแก้รัฐธรรมนูญว่าจะมีความคืบหน้าอย่างไร รวมถึงสถานการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเด็นอื่นๆ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรเช่นกัน
กลยุทธ์การลงทุนแนะชะลอการลงทุนโดยประเมินแนวรับไว้ที่ 681-680 จุด ประเมินแนวต้าน 700 จุด
ด้านนายรณกฤต สารินวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ฝ่ายวิเคราะห์ บล.คันทรี่กรุ๊ป กล่าวว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยเช้านี้มีแนวโน้มปรับตัวรีบาวน์ เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีฯ ปรับลดลงไปพอสมควร ส่งผลให้ในช่วงเปิดตลาดฯ มีแรงซื้อกลับเข้ามาจากนักลงทุน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มหลัก อาทิ กลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคาร โดยดัชนีจะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 700-685 จุด
แต่อย่างไรก็ตาม การปรับตัวเพิ่มขึ้นจะยังไม่มีเสถียรภาพมากนัก เพราะนักลงทุนยังมีความวิตกกังวลจากปัญหาการเมืองในประเทศ ดังนั้นแนะนำเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง โดยระหว่างวันแนะนำเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็กที่มีผลประกอบการไตรมาส 4/52 รวมทั้งปันผลระหว่างกาลที่โดดเด่น เช่นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เป็นต้น โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 685 จุด ส่วนแนวต้าน 700 จุด
|
Comments