|
หุ้นไทยพรุ่งนี้ คาดอาการย้ำแย่ต่อ แนะชะลอลงทุน |
|
|
|
|
Monday, 08 February 2010 17:58 |
|
นายคมสันต์ ปรมาภูติ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนีฯ ปรับตัวลดลงโดยทิศทางเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจาก ได้รับปัจจัยลบกดดันจากราคาในหมวดสินค้าโภคภัณฑ์ และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในกลุ่มพลังงาน และหุ้นในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ให้ปรับตัวลดลง อีกทั้งได้รับปัจจัยลบจากตลาดหุ้นในภูมิภาคและยุโรปส่วนใหญ่ที่เคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบ เนื่องมาจากปัญหาความกังวลเกี่ยวงกับปัญหาหนี้สินในกลุ่มประเทศยุโรปที่มีข่าวมาก่อนหน้านี้ ประกอบไปด้วย สเปน กรีซ และโปรตุเกต ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเงินสกุลยูโร และสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย และทำให้เม็ดเงินที่จะไหลเข้ามาลงทุนในเอเชียชะลอลง
อย่างไรก็ดีการปรับตัวลดลงในวันนี้มีอัตราส่วนที่ไม่มากนัก เนื่องจากได้รับปัจจัยเชิงบวกจากดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนวานนี้ที่พลิกกลับมาเป็นบวกในช่วงท้ายตลาด
ดัชนี ฮั่งเส็ง: ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดที่ระดับ 19,550.89 จุด ลดลง 114.19 จุด หรือ -0.58 % ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดที่ระดับ 9,951.82 จุด ลดลง 105.27 จุด หรือ -1.05 % ดัชนี เวทเต็ด: ตลาดหุ้นไต้หวัน ปิดตลาดที่ระดับ 7,215.88 จุด เพิ่มขึ้น 3.01 จุด หรือ 0.04 % ดัชนี สเตรทไทม์: ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาดที่ระดับ 2,693.62 จุด เพิ่มขึ้น 10.06 จุด หรือ 0.37 % ดัชนี คอมโพสิต: ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ปิดตลาดที่ระดับ 2,475.57 จุด ลดลง 43.40 จุด หรือ -1.72 % ดัชนี BSESN: ตลาดหุ้นอินเดีย เวลา 16:05 น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 16,057.46 จุด เพิ่มขึ้น 141.81 จุด
สำหรับแนวโน้มดัชนีฯในวันพรุ่งนี้ คาดว่ามีโอกาสที่จะปรับตัวลงต่อ โดยมีบริเวณแนวรับที่ 680 จุด ทั้งนี้การเคลื่อนไหวจะขึ้นอยู่กับทิศทางของดัชนีดาวโจนส์ในคืนวันนี้ว่าจะมีทิศทางออกมาอย่างไร ซึ่งหากเคลื่อนไหวในแดนบวกประเมินว่าดัชนีฯจะสามารถยืนที่ระดับแนวรับที่ 680 จุด แต่หากดัชนีดาวโจนส์ในคืนนี้ปิดตลาดปรับตัวลดลงดัชนีของตลาดหุ้นไทยก็จะมีแนวรับถัดไปที่ 660 จุด อีกทั้ง ประเมินว่าทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะกลางยังอยู่ในช่วงขาลง เนื่องจากได้รับตัวแปรเชิงลบกดดันจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวในเชิงลบมากขึ้น
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม คือแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากมีการแข็งค่าต่อก็มีโอกาสที่จะมีการขายสินทรัพย์ในสกุลเงินเอเชียเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เป็นดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้น อีกทั้งสถานการณ์ปัญหาหนี้ในยุโรปว่าจะมีความชัดเจนออกมาอย่างไร และสถานการณ์การเมืองภายในประเทศว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางใด
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำชะลอการลงทุน หรือหากต้องการลงทุนให้ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive และจ่ายเงินปันผลได้ในอัตราสูง อาทิ CPF และ ADVANC ประเมินแนวรับอยู่ที่ 680 จุด และมีแนวรับถัดไปที่ 660 จุด แนวต้าน 695 จุด
ด้านนายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหลักทรัพย์ไทยวันนี้ดัชนีฯ ปรับตัวลดลงเคลื่อนไหวตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นแถบภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจกับการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจโลก หลังจากรัฐบาลประเทศกรีซ สเปน และโปรตุเกส มีปัญหาการชำระหนี้ อีกทั้งราคาน้ำมันในตลาดโลกยังปรับตัวลดลงเกือบ 2 ดอลลาร์ ส่งผลให้เป็นแรงกดดันจิตวิทยาการลงทุนในช่วงระหว่างการซื้อขาย ซึ่งสวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะมีแรงซื้อกลับหลังจากตลาดฯปรับลดลงไปพอสมควร ขณะที่ประเด็นการเมืองยังกดดันการฟื้นตัวของดัชนีฯ
สำหรับแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยพรุ่งนี้มีโอกาสปรับตัวลดลง โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 675-690 จุด เนื่องจากภาวะตลาดฯระยะนี้ยังไม่มีปัจจัยที่โดดเด่นเข้ามากระตุ้นบรรยากาศการลงทุนอย่างชัดเจน อีกทั้งนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยยังมีแรงกดดันจากปัจจัยการเมือง โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์หน้าซึ่งจะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการณ์ (นปช.) ช่วงก่อนหรือหลังวันที่ 26 ก.พ.ที่ศาลฯจะอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
'หุ้นไทยพรุ่งนี้จะปรับตัวลงต่อ เพราะปัจจัยการเมืองในประเทศเริ่มเข้มข้นขึ้น พร้อมทั้งปัญหาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังไม่แน่นอน หลังจากประเทศแถบยุโรปมีปัญหาการชำระหนี้' นายสมชาย กล่าว
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำเทรดดิ้งอย่างระมัดระวัง และทยอยซื้อหุ้นเมื่อดัชนีฯร่วงลงแตะ 680 จุด โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 675 จุด และประเมินแนวต้านไว้ที่ 690 จุด
|
Comments
เงื่อนไขการรับฝาก - บัตรเพิ่มทรัพย์ชุดที่ 3 ประกอบด้วย หมวด AK AL AM AN AO
- บัตรเพิ่มทรัพย์ชุดที่ 4 ประกอบด้วย หมวด AP AQ AR AS AT
- เริ่มรับฝากวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นไป
- กำหนดออกรางวัลครั้งแรกวันที่ 16 เมษายน 2553 และออกรางวัลครั้งสุดท้ายวันที่ 16 มีนาคม 2556 รวมออกรางวัล 36 ครั้ง
- อายุบัตรเพิ่มทรัพย์ 3 ปี ครบกำหนดถอนเงินฝาก วันที่ 20 มีนาคม 2556
- จ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนด หน่วยละ 1 บาท (ร้อยละ 0.33 ต่อปี)
เงินรางวัล (ต่อชุด) รางวัลที่ 1 (เสี่ยงหมวด) มี 1 รางวัล ๆ ละ 2,000,000 บาท
รางวัลที่ 1 ต่างหมวด มี 4 รางวัล ๆ ละ 100,000 บาท
รางวัลที่ 2 หมุน 3 ครั้ง มี 15 รางวัล ๆ ละ 50,000 บาท
รางวัลที่ 3 หมุน 10 ครั้ง มี 50 รางวัล ๆ ละ 10,000 บาท
รางวัลที่ 4 หมุน 20 ครั้ง มี 100 รางวัล ๆ ละ 5,000 บาท
รางวัลที่ 5 หมุน 100 ครั้ง มี 500 รางวัล ๆ ละ 3,000 บาท
รางวัลเลขท้าย 3 ตัว หมุน 2 ครั้ง มี 100,000 รางวัล ๆ ละ 50 บาท
รางวัลพิเศษ - ทองคำหนัก 1 กิโลกรัม ชุดละ 2 รางวัล รวม 4 รางวัล มูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท
- ทุนประกอบอาชีพ ชุดละ 50 รางวัล รวม 2 ชุด 100 รางวัลๆ ละ 200,000 บาท มูลค่า 20 ล้านบาท
ออกรางวัล 2 ครั้ง
ครั้งที่ 1 งวดวันที่ 16 เมษายน 2553
ครั้งที่ 2 งวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2553
สิทธิ์ถูกรางวัลพิเศษ ผู้มีสิทธ์ถูกรางวัลพิเศษ ต้องฝากเงินภายในวันที่ 2 เมษายน 2553
- ธนาคารได้รับความอนุเคราะห์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลดำเนินการออกรางวัลให้
- การประกาศผลรางวัล ถ่ายทอดผลการออกรางวัลทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ติดประกาศผลการออกรางวัลที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา ประกาศผลรางวัลทางอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซค์ของ ธ.ก.ส. หรือฟังผลรางวัลและตรวจรางวัลได้ทางโทรศัพท์ตามหมายเลขที่กำหนด
ติดต่อสอบถามได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาทุกสาขา หรือที่ Call Center ธ.ก.ส. 0-2555-0555