Error
ปั่นจักรยานขายเห็ด:ทางเลือกอาชีพชุมชนสู่ความยั่งยืนของครัวเรือนภาคการเกษตร
Print
Friday, 17 April 2026 14:30

ท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่ต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคครัวเรือนและเกษตรกรต้องแบกรับภาระหนัก การพึ่งพารายได้ทางเดียวหรือทำเกษตรแบบดั้งเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องหาอาชีพทางเลือกใหม่ที่ลงทุนน้อย คืนทุนเร็ว และสามารถทำได้เองในระดับครัวเรือนเพื่อความอยู่รอด

วันนี้  หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ หรือ บพท. สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ชวนทำความรู้จักอาชีพหนึ่งในชุมชนอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ที่ทำง่าย ใช้ต้นทุนต่ำ ขอเพียงมีแรงกาย พลังใจที่เต็มเปี่ยม และจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์คู่ใจก็สามารถเริ่มต้นได้ทันทีอย่าง “การปั่นจักรยานขายเห็ดโคนน้อย” ซึ่งเป็นการรวมตัวของ “ป้ออุ๊ย แม่อุ๊ย” หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่อยากหารายได้เสริม มาปั่นจักรยานหรือขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไปเก็บเห็ดโคนน้อยสดจากโรงเรือนเพาะเลี้ยงของผู้ประกอบการชุมชนหรือครัวเรือนเพาะเลี้ยงในราคาส่งประมาณ 100 บาทต่อกิโลกรัม แล้วนำไปแบ่งใส่ถุงเล็ก ๆ พ่วงกับรถตระเวนขายตามบ้านและตลาดชุมชน ซึ่งสร้างกำไรส่วนต่างได้ราว 20-30 บาทต่อกิโลกรัม

แก๊งปั่นจักรยานเหล่านี้ คือ ผู้กระจายสินค้า (Distributor) รายย่อยที่สะท้อนความสำเร็จของการสร้าง “ข้อต่อใหม่” ในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ซึ่งเป็นผลผลิตของ “โครงการสร้างศูนย์สร้างงานและกระจายรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานรากผ่านธุรกิจการเพาะเห็ดโคนน้อย” ภายใต้กรอบวิจัยการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่ (Local Enterprises) บนฐานทรัพยากรพื้นถิ่น เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ ปีงบประมาณ 2567 โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ ภายใต้การกำกับของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.)

“โมเดลแก๊งปั่นจักรยานเกิดขึ้นจากการดึงจุดแข็งของพื้นที่ที่เป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท เป็นพื้นที่ราบ เดินทางสะดวก และมีตลาดชุมชนรองรับ ตลอดจนความสัมพันธ์ของชุมชนที่ไปมาหาสู่กันเป็นปกติอยู่แล้ว มาช่วยให้การกระจายสินค้าเข้าถึงครัวเรือนได้ง่ายขึ้น โดยแทบไม่ต้องเสียต้นทุนด้านพลังงานเลย” ดร.วุฒิพงษ์ ฉั่วตระกูล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการฯ กล่าว

ไม่เพียงแค่แก๊งปั่นจักรยานในอำเภอสารภีที่ทำหน้าที่เป็นข้อต่อธุรกิจปลายน้ำ แต่คณะวิจัยวิจัยยังเน้นการพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอสารภี และอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่นำไปสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ และการกระจายรายได้ในชุมชน ผ่านการจ้างงานผู้สูงอายุและเยาวชนทำก้อนเชื้อเห็ด พร้อมส่งเสริมการเพาะเห็ดในครัวเรือนเพื่อลดรายจ่าย  ที่สำคัญยังส่งเสริมให้ “ผู้ประกอบการชุมชน” พัฒนาและยกระดับสู่การเป็น “นักนวัตกรรมและผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่น” เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตแม่เชื้อและก้อนเชื้อ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรและครัวเรือนผู้เพาะเลี้ยงมีแหล่งจัดหาก้อนเห็ดราคาถูก เพิ่มปริมาณการใช้วัตถุดิบและทรัพยากรภายในท้องถิ่น นำไปสู่การลดต้นทุนและภาระหนี้สินอย่างเป็นระบบ

ดร.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทำให้มองเห็นความสำคัญของการส่งเสริมธุรกิจชุมชนและการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็ง โดยมองว่าการเพาะเห็ดโคนน้อยซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นคือ “ความมั่นคงทางอาหาร” ของชุมชนในยุคข้าวยากหมากแพง และสามารถช่วย “ลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน” ได้จริง เนื่องจากเห็ดโคนน้อยเป็นเห็ดที่เพาะเลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย สามารถเก็บผลผลิตได้ไวภายใน 7 วัน ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ผู้เพาะเลี้ยง  ซึ่งสอดคล้องกับ นายสรพงษ์ ฟองมี ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืนบ้านหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะ นวัตกรผู้ประกอบการชุมชน ที่ระบุว่า พื้นที่เพียงแค่ 2 ตารางเมตรรอบบ้านสามารถเพาะเห็ดโคนน้อยได้ถึง 200-300 ก้อน ทำให้ครัวเรือนมีรายได้จากการเพาะเห็ดขายประมาณ 150-200 บาทต่อรอบการผลิต โดยชาวบ้านสามารถเพาะไว้บริโภคเองโดยไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรจากภายนอก หรือจะต่อยอดเพาะขายเพื่อสร้างเป็นรายได้เสริมให้ครอบครัวก็ได้

ท้ายที่สุดแล้ว ภาพของป๊ออุ๊ย แม่อุ๊ยที่เพาะ-เก็บ-ปั่นจักรยานขายเห็ดโคนน้อยในชุมชนอำเภอสารภี จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของการหารายได้เสริมยามว่าง แต่เป็นภาพสะท้อนของ “ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจการเพาะเห็ดโคนน้อย” ของชุมชน ที่เป็น “โอกาส” ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็น “นวัตกรรมแห่งการพึ่งพาตนเอง” ที่จะปลดล็อกศักยภาพของชุมชนให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่น แล้วเปลี่ยนให้เป็นภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งเพื่อรับมือและก้าวผ่านสถานการณ์โลกที่ผันผวนในปัจจุบันได้อย่างมั่นคง

++++++++++++++++++++++++++++++

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment