|
รอบบ่าย...หากหลุด 882 จุด ถือเป็นจุดตัดขาดทุน
|
|
|
|
|
Thursday, 26 August 2010 13:47 |
|
นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ภาพรวมดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในการเปิดตลาดเช้าวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบ และผันผวนสลับทั้งแดนบวกและแดนลบ โดยหุ้นขนาดใหญ่เริ่มชะลอลง จากประเด็นกรณีกิจการสื่อสารที่ยังไม่ชัดเจน อาทิ มีโอกาสที่ร่างครอบงำกิจการจะยังไม่สามารถบังคับใช้ได้เร็วๆนี้ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมูลใบอนุญาต 3G เป็นต้น ขณะเดียวกันนักลงทุนก็ชะลอการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กหลายตัว ประกอบกับ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะเปิดเผยหุ้นที่ติด Turnover list ซึ่งทำให้ต้องเทรดเงินสด ดังนั้น เมื่อไม่มีหุ้นที่นักลงทุนให้น้ำหนักมากนัก จึงกลับมาสนใจหุ้นตัวเก่า ที่ไม่อ้างอิงกับปัจจัยดังกล่าวมากนัก อาทิ TUF ,STA และ กลุ่มเหล็ก ที่จะได้รับประโยชน์จากการนำเข้าท่ามกลางค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งนักลงทุนมองว่า ต้นทุนของผู้ประกอบการจะลดลง
อย่างไรก็ตาม หากประเมินจากสถานการณ์ SET Index ในช่วงวันที่ 6 ส.ค. 53 อยู่ที่ 878 จุด และปรับตัวขึ้น มาวันที่ 23 ส.ค. 53 ที่ 894 จุด ซึ่งขณะนี้ในเชิงสัญญาณเทคนิคอยู่ในเชิงลบ ประกอบกับยังมีปัจจัยพื้นฐาน กรณีมาบตาพุดเพิ่มเติม โดย เวลา 13.30 น. วันนี้ ศาลปกครองกลางนัดไต่สวนคดีมาบตาพุดครั้งสุดท้ายก่อนนัดฟังคำพิพากษา ซึ่งประเด็นดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน เพราะต้องรอ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.)ประกาศประเภทโครงการที่รุนแรง อาจไม่ได้มีข่าวดีที่จะส่งผลต่อราคาหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องมากนัก
สำหรับความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นในต่างประเทศสำคัญมีทั้งเคลื่อนไหวในแดนบวกและแดนลบ อาทิดัชนี นิกเกอิ: ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดที่ระดับ 8,906.48 จุด เพิ่มขึ้น 61.09 จุด หรือ 0.69 % ด้านดัชนี คอมโพสิต: ตลาดหุ้นโซล ปิดตลาดที่ระดับ 1,729.76 จุด ลดลง 5.03 จุด หรือ -0.29 % , ดัชนี ฮั่งเส็ง: ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดเช้าที่ระดับ 20,619.79 จุด ลดลง 15.19 จุด หรือ -0.07 %
ส่วนแนวโน้มดัชนีฯในช่วงบ่าย คาดว่าดัชนีน่าจะยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ลักษณะเช่นเดียวกับช่วงเช้าที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าไม่ได้หมดไป และทิศทางผลสรุปของมาบตาพุดก็ยังไม่น่าจะมีแรงส่งมากนัก ทั้งนี้ จึงแนะนำให้ลงทุนหุ้นแบบรายตัวที่กล่าวไว้ข้างต้น ขณะเดียวกันต้องติดตามดัชนีฯ หากไม่หลุด 882 จุด ก็ยังสามารถเก็งกำไรได้ แต่หากหลุด 882 จุด ก็จะมีสัญญาณที่ไม่ดีนัก ให้เป็นจุดตัดขาดทุน เนื่องจากประเมินว่า ดัชนีฯอาจจะลงไปที่แนวรับ 865 จุดได้ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 894 จุด
|
Comments