|
บลจ.กสิกรไทย ยิ้มกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศระยะยาวยังตอบโจทย์ ปิดขายก่อนกำหนดด้วยยอดกว่า 1,400 ล้านบาท
|
|
|
Monday, 19 April 2010 16:27 |
|
บลจ.กสิกรไทย สุดปลื้มกระแสตอบรับกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศระยะ ยาวไปได้สวย หลังปิดขายกองทุนตราสารหนี้ออสเตรเลียและอังกฤษอายุ 7 ปีก่อน กำหนด ด้วยยอดขายกว่า 1,475 ล้านบาท นางสาวยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการ กองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทได้เสนอขายกองทุนตราเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 7 ปี เอ (KFF7YA) ไปเมื่อวันที่ 2-8 เมษายน 2553 โดยกอง ทุนดังกล่าวเน้นลงทุนในตราสารหนี้ของสถาบันการเงินอันดับเครดิตเฉลี่ย AA- ระยะ เวลาลงทุนประมาณ 7 ปี จ่ายผลตอบแทนปีละ 1 ครั้ง และให้โอกาสรับผลตอบแทน สูงถึง 4.00% ต่อปี ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี จนสามารถ ปิดการขายได้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน และสร้างยอดขายได้ถึง 1,475 ล้านบาท สูงกว่า มูลค่าโครงการที่กำหนดไว้เพียง 1,400 ล้านบาท นางสาวยุพาวดี กล่าวต่อไปว่า “การปิดการขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ ต่างประเทศ 7 ปี เอ ได้ก่อนกำหนดนั้นแสดงให้เห็นว่าผู้ลงทุนยังคงแสวงหาการลง ทุนที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากในประเทศ และต้องการล็อกผล ตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว อีกทั้งผู้ลงทุนยังมีความเชื่อมั่นในตราสารที่ บริษัทเลือกลงทุนซึ่งเป็นตราสารหนี้ของสถาบันการเงินในประเทศออสเตรเลียและ อังกฤษ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวเฉลี่ย AA- ณ วันที่ลงทุน อีกทั้งยังมีผล ประกอบการดีต่อเนื่อง มีฐานะทางการเงินมั่นคง และมีสัดส่วนของหนี้เสียในเกณฑ์ต่ำ กว่าธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย“ สำหรับตราสารที่กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 7 ปี เอ ลงทุน ได้คัดเลือกจากสถาบันการเงินชั้นนำ ซึ่ง 3 ใน 4 ของผู้ออกตราสารเป็นธนาคารใน ประเทศออสเตรเลีย และมีอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวที่ AA ดังนี้ 1) Commonwealth Bank of Australia (CBA) ธนาคารที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดใน ออสเตรเลีย 2) Westpac Banking Corporation (WBC) ธนาคารอันดับ 2 ของออสเตรเลียซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในธนาคารที่มีการ เติบโตอย่างยั่งยืนที่สุดในโลก (most sustainable bank) จาก Dow Jones และ 3) Australia and New Zealand Banking Group (ANZ) ธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 และมีอัตราส่วนเงินทุนสำรองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องใน 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ กอง ทุนจะกระจายความเสี่ยงไปยังทวีปยุโรปด้วยการลงทุนในตราสารที่ออกโดย Barclays Bank PLC ในประเทศอังกฤษซึ่งเป็นสถาบันการเงินเก่าแก่ที่ประกอบธุรกิจ มาแล้วกว่า 300ปี มีขนาดสินทรัพย์รวมมากกว่า 70 ล้านล้านบาท และได้รับการจัด อันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวที่ A+ ทั้งนี้ ในแง่อันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของ ประเทศ ทั้งออสเตรเลียและอังกฤษได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Standard & Poor ที่ AAA เปรียบเทียบกับประเทศไทยที่ BBB+ นางสาวยุพาวดีกล่าวในที่สุดว่า “คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนระยะยาวของ ตราสารหนี้ออสเตรเลียจะเริ่มคงตัว เนื่องจากรัฐบาลออสเตรเลียได้มีการทยอยปรับ อัตราดอกเบี้ยมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ดังนั้นการลงทุนในกองทุนดังกล่าวตั้งแต่ในขณะ นี้ จึงถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ลงทุนที่ได้ล็อกผลตอบแทนที่น่าสนใจไว้ในระยะยาว”
|
Comments