Error
รฟท.-กฟผ.ควงแขนสร้างสถานีรถไฟเพิ่ม
Print
Monday, 10 May 2010 12:05

นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)   ลงนามร่วมกับนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการก่อสร้างสถานีรถไฟ (เพิ่มเติม) “ สถานีบางกรวย – กฟผ.”  ซึ่งเป็นโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน  บริเวณเชิงสะพานพระราม 7 ฝั่งธนบุรี  อ.บางกรวย จ.นนทบุรี  เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในพื้นที่และผู้สัญจรเดินทางในบริเวณดัง กล่าว  โดยมีนายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน  นายสุพจน์  ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายวิเชียร พุฒิวิญญู  ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ร่วมแสดงความยินดี พร้อมด้วย นายบรรพต แสงเขียว  รองผู้ว่าการกิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม  กฟผ. และนายจเร รุ่งฐานีย  รองวิศวกรใหญ่ด้านโครงการพิเศษและก่อสร้าง รฟท. ลงนามเป็นสักขีพยาน

นายพรชัย กล่าวว่า การก่อสร้างสถานีรถไฟ (เพิ่มเติม) สถานีบางกรวย-กฟผ. นั้น เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและชุมชนบางกรวยซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนัก งานกลาง กฟผ.  ให้ได้รับบริการด้านคมนาคมที่ดีขึ้น รวมถึงเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องตามนโยบายด้านการพัฒนาพลังงานของประเทศ ที่มุ่งส่งเสริมให้ภาคประชาชนตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมในการใช้ พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถยนต์ส่วนตัว หันมาใช้ระบบคมนาคมสาธารณะแทน  ซึ่งจะช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้เป็นอย่างมาก

ด้านนายสุพจน์ กล่าวว่า  รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม และ รฟท. ดำเนินการพัฒนาระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง  ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน   ระยะทาง 15  กิโลเมตร เพื่อให้บริการสาธารณะด้านการคมนาคมขนส่งสำหรับประชาชนที่เดินทางจากชาน เมือง โดยเฉพาะจากจังหวัดนครปฐม  ให้ได้รับความสะดวกในการสัญจรและช่วยแบ่งเบาปัญหาการจราจรในปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม และสรุปเบื้องต้นว่าการเพิ่มสถานีรถไฟ “สถานีบางกรวย- กฟผ.”  จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบริการสาธารณะด้านคมนาคมขนส่งโดยเชื่อมต่อกับ ระบบรถประจำทางและท่าเรือที่ให้บริการอยู่เดิม ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระของการจราจรทางถนนในเขตกรุงเทพมหานครฯ  และปริมณฑลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปลัดกระทรวงคมนาคม  กล่าวว่า  โครงการรถไฟฟ้าบางซื่อ-ตลิ่งชันจะเสร็จภายในปี  2555  และขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างทำโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต  รวมทั้งพัฒนาสถานีบางซื่อให้เป็นฮับหรือศูนย์กลางในการจราจรขนส่งคนจากส่วน นอกเข้ามาส่วนใน  โดยใช้งบประมาณ  76,000  ล้านบาท  ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำตอบจากไจก้าในการอนุมัติเงินกู้  ซึ่งหากทำเสร็จจะช่วยลดปัญหาการจราจรและเพิ่มความสะดวกสบายแก่ประชาชนในการ สัญจรเข้ามาสู่ในเมืองมากขึ้นและลดการใช้น้ำมัน

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน  ที่จะเสร็จภายในปี  2555  นั้น  นอกจากจะมีสถานีบางกรวย-กฟผ. บริเวณเชิงสะพานพระราม 7 แล้ว  ขณะนี้กำลังศึกษาเพิ่มเติมว่าจะมีสถานีสะพานพระราม 6  บริเวณใต้สะพานพระราม 7  อีกด้านฝั่งตรงข้าม กฟผ.  นอกจากนี้ กำลังศึกษาเพิ่มเติมสายตลิ่งชัน-ศาลายา  โดยจะทำให้เสร็จเร็วที่สุด  เพื่อเสร็จพร้อมกับสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ประชาชน

ด้านผู้ว่าการ กฟผ.  กล่าวว่า  พิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ ในครั้งนี้ จะเป็นการแสดงเจตนาร่วมกันระหว่าง กฟผ. กับ รฟท. ในการสนับสนุนการก่อสร้างสถานีรถไฟ (เพิ่มเติม) ฯ   โดย กฟผ. จะขออนุมัติงบประมาณจากคณะกรรมการ กฟผ. จำนวน 17,850,000 บาท   เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายงาน วิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม  ก่อนที่ รฟท. จะดำเนินการก่อสร้างสถานีรถไฟ (เพิ่มเติม) “สถานีบางกรวย – กฟผ.”  ให้แล้วเสร็จในระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน ต่อไป  ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวมีความเหมาะสมในด้านการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ ที่มีอยู่  รวมถึงจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ อ.บางกรวย และใกล้เคียง และ พนักงาน กฟผ.  ที่มีการคมนาคมสัญจรในบริเวณดังกล่าว  ประมาณ 100,000 คนต่อวัน

นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่า รฟท. กล่าวว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ลดปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงได้เป็นอย่างดีแล้ว  รฟท. ยังเห็นความสำคัญของการพัฒนาพลังงานของประเทศ  รฟท. จึงเห็นชอบให้ใช้พื้นที่ของสถานีและขบวนรถไฟทั่วประเทศในการเผยแพร่ประชา สัมพันธ์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเกิดจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานและลดปัญหา โลกร้อน  พร้อมกันนี้เพื่อให้สอดคล้องตามสถานภาพของที่ตั้งสถานี จึงเห็นควรใช้ชื่อสถานีว่า  “สถานีบางกรวย-กฟผ.” ดังกล่าว ซึ่ง รฟท.  หวังว่าการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสองหน่วยงานในครั้งนี้ จะช่วยให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับบริการด้านคมนาคมที่มีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้จากการศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจและการเงินเบื้องต้น พบว่า มีค่าก่อสร้างประมาณ 530 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2557 จะมีปริมาณผู้โดยสาร 36,000 คนต่อวัน และเมื่อมีการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในปี 2562 จะเพิ่มขึ้นเป็น 42,000 คนต่อวัน และในปี 2577 จะเพิ่มขึ้นเป็น 69,000 คนต่อวัน โดยมีอัตราผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ (EIRR) เท่ากับร้อยละ 13 และอัตราผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) เท่ากับร้อยละ 14.83

ที่มา สำนักข่าวไทย

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment