Error
นายกฯ รับลูกภาคประชาชนปฎิรูปประเทศไทย
Print
Thursday, 17 June 2010 14:18

ทพ.กฤษฎา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เปิดเผยว่า  ผลการระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางปฏิรูปประเทศไทย โดยเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นั้น โดยการระดมความคิดเห็นสำหรับข้อเสนอเชิงกลไกจะต้องยึดหลัก 5 ส. คือ สันติภาพ สามัคคี สัตยาบัณ การสื่อสาร และการมีส่วนร่วม โดยเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด และระดับบุคคล และมีกลไกการทำงานต่อเนื่อง โดยรัฐบาลควรทำหน้าที่สนับสนุนมากกว่าเป็นผู้ดำเนินการเอง รวมถึงประชาชนเป็นผู้จัดกระบวนการเองในรูปขององค์กร โดยเสนอให้องค์กรดังกล่าวมีผู้อาวุโสทางสังคม คือนายอานันท์ ปันยารชุน ,นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม, ศ.นพ.ประเวศ วะสี และม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รายชื่อบุคคลที่เสนอมา ตนเองก็พร้อมจะไปทาบทามเข้ามาร่วมงาน โดยแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการในการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งคาดว่าทุกอย่างจะยุติและชัดเจนภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนการปฏิรูปส่วนตัวมองว่าประเทศไทยควรที่จะหากรอบระยะเวลาที่ชัดเจนและเหมาะสม ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่มีความเป็นไปได้ไม่สั้นจนเกินไปและยาวเพียงพอ

ขณะที่ด้านกลไกที่จะจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าว ควรจัดทำแผนออกไปรับฟังความคิดเห็น โดยการทำแบบสำรวจกระบวนการรับฟังและการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐว่าเป็นอย่างไร โดยแผนเหล่านี้จะมีความชัดเจนไม่เกินสิ้นปี 2553 หรือประมาณ 6 เดือน แต่อย่างไรก็ตามหน่วยงานต่างๆ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรอแผนปฏิรูปประเทศไทยเสร็จแล้วถึงค่อยดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่ทุกภาคส่วนในสังคม เช่น ภาคเอกชนและภาคส่วนอื่นๆ ควรมีส่วนร่วมในการแก้ไขและกระทำไปโดยอิสระโดยไม่ต้องรอแผนจากรัฐบาล

'สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ คำถามเรื่องการวางตัวของภาครัฐจะวางตัวอย่างไร ซึ่งมีความคิดเห็นแบ่งเป็น 2 ขั้ว ขั้วหนึ่งระบุว่ารัฐบาลอย่ามายุ่งอย่ามาชี้นำ เพราะการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาแค่คอยรับฟังคอยรับคำสั่งไปหางบประมาณมาก็พอ แต่อีกขั้วบอกว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลยได้อย่างไร ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ดังนั้นความเป็นจริงคือเราต้องทำสิ่งเหล่านี้ไปคู่ขนานกัน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินการทำอยู่บางเรื่องเป็นเรื่องใหม่ เช่นการประกันรายได้เกษตรกร ประกันภัยที่ทำกิน หนี้สินนอกระบบ หนี้สินเกษตรกร รัฐบาลเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่บางเรื่องที่เป็นข้อสงสัยในวงกว้าง เช่น อุตสาหกรรมภาคใต้ก็มีหลักการแล้วว่าประชาชนในพื้นที่ต้องมีส่วนร่วมชัดเจน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นมาโดยตลอด และนำบทเรียนจากปัญหามาบตาพุดมาประกอบการพิจารณา' นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ได้ตอบข้อซักถามประชาชนเกี่ยวกับประเด็นการยกเลิก พระราชหนด(พ.ร.ก.)บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินตามพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน( ศอฉ.)ได้มีการประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากจังหวัดใดมีความเห็นว่าต้องการที่จะยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ให้ออกมาแสดงตนและแสดงความคิดเห็นและเสนอให้ทางรัฐได้รับทราบ ซึ่งเชื่อว่าทาง ศอฉ.จะพิจารณาอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีการใช้แนวทางกฎหมายนิรโทษกรรม ขณะนี้รัฐบาลและทาง ศอฉ.ได้ดำเนินการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แต่หากการออกกฎหมายดังกล่าวจะทำให้ประชาชนกระทำผิดเพิ่มเติมในอนาคต ส่วนตัวมองว่าไม่เห็นด้วยกับในเรื่องนี้

ด้านนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการระดมความคิดเห็นในครั้งนี้มีผู้ร่วมเสนอความเห็นประมาณ 182 คน แบ่งเป็นข้อเสนอเชิงเนื้อหาและเชิงประเด็นกับข้อเสนอเชิงกลไก ซึ่งข้อเสนอเชิงเนื้อหาประกอบไปด้วย 7 ประเด็น ได้แก่ 1.ลดความเหลื่อมล้ำทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการด้อยโอกาสต่างๆ 2.การจัดสรรทรัพยากรควรเน้นการมีส่วนร่วมและความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสทางสังคม 3.ประเด็นการปฏิรูปการศึกษาควรสอนวิธีมองปัญหาที่เน้นการพัฒนาเยาวชน 4.ประเด็นทั่วไปคือกรณีเด็ก เยาวชน การมีส่วนร่วม 5.การบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการทุจริตคอร์รัปชั่นไม่เอื้อให้ประชาชนมีส่วนร่วม 6.การเมืองการปกครองที่ภาคประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง และ7.การปฏิรูปสื่อโดยให้พื้นที่ชุมชนเป็นตัวตั้ง                



Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment