Error
ตลท. รับ หุ้นไอพีโอน้อยกว่าปีก่อนมาก
Print
Wednesday, 14 July 2010 13:51

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กล่าวว่า ยอมรับว่าบริษัทจดทะเบียนใหม่ในปีนี้อาจจะน้อยกว่าในปีก่อนที่มีบริษัทเข้าจดทะเบียนประมาณ 17 บริษัท แต่ยังเชื่อว่าไม่น่าจะกระทบต่อเป้าหมายมาร์เก็ตแคปในปีนี้ที่ 1 แสนล้านบาท เพราะปัจุจบันมีมาร์เก็ตแคป ณ ราคาไอพีโอแล้วมูลค่า 86,479 ล้านบาท เพราะในช่วงที่ผ่านมามีบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯแล้ว 2 แห่ง และในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ 2 แห่ง และยังมีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์อีก 1 แห่ง

ปัจจุบันมีบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯแล้ว 5 บริษัท โดยยังมีอีก 6 บริษัทที่ได้รับอนุมัติและอยู่ในระหว่างรอเสนอขายไอพีโอ แบ่งเป็นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 3 บริษัท และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ 3 บริษัท ซึ่งอีก 4 บริษัทก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาอนุมัติไฟลิ่งจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. แบ่งเป็นในตลาดหลักทรัพย์ฯ 1 บริษัท และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ 3 บริษัท โดยทั้ง 10
บริษัทดังกล่าวคาดว่าจะมีมาร์เก็ตแคปประมาณ 5 พันล้านบาท ซึ่งจะสามารถเข้าจดทะเบียนได้ทันภายในปีนี้

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีบริษัทที่ยื่นไฟลิ่งอีก 14 บริษัท คือบริษัทในประเทศ 13 บริษัท แบ่งเป็น ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ 6 บริษัท ,ตลาดหลักทรัพย์ฯ 4 บริษัท และเป็นกองทุน Property Fund อีก 3 กองทุน และยังมีบริษัทในต่างประเทศที่จะยื่นไฟลิ่งอีก 1 บริษัท ซึ่งคาดว่าทั้ง 14 บริษัทจะมีมาร์เก็ตแคปประมาณ 20 พันล้านบาท  แต่คาดว่าอาจจะไม่สามารถเข้าจดทะเบียนได้ทันในปีนี้

อย่างไรก็ตามยอมรับว่า หลังจากมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีของบริษัททั้งในตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ สิ้นสุดในปี 2552 ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เชื่อว่าความต้องการเข้าระดมทุนในทั้ง 2 ตลาดอาจจะลดลง แต่อย่างไรก็ตามตลท.มีความหวังที่รัฐบาลอาจจะต่ออายุมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพราะยอมรับว่ามาตรการดังกล่าวก็เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจของบริษัทที่สนใจจะเข้ามาจดทะเบียน


นายชนิตร กล่าวต่อว่า โครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน หรือ  Treasury Stock ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2544 นั้น มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 88 โครงการ โดยมีโครงการที่จบไปแล้ว 45 โครงการ ซึ่งปัจจุบัน ก็ยังมีอีก 32 โครงการที่เข้าสู่ช่วงขายหุ้นคืน โดยจะมีระยะเวลาในการพิจารณาว่าจะขายหุ้นคืน หรือลดทุน หรือการเสนอขายนักลงทุนทั่วไปรอบ 2 หรือ PO ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัทฯ แต่สิ่งที่อยากจะสะท้อน คือ มองว่าการซื้อหุ้นคืนก็เป็นทางเลือกที่จะสร้างคุณค่าเพิ่มในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงแรงโดยไร้เหตุผล เพราะที่ผ่านมาพบว่าใน 24
บริษัท จากทั้งหมด 32 บริษัท มีต้นทุนที่ราคาค่อนข้างที่จะต่ำ     

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment