|
คลัง เล็งเพิ่มสิทธิพิเศษ ROH จูงใจต่างชาติจัดตั้งบริษัทในไทย
|
|
|
Friday, 30 July 2010 13:47 |
|
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายหลังเข้าพบกลุ่มนักธุรกิจจากบริษัทขนาดใหญ่ของประเทศสหรัฐฯ โดยมีผู้บริหารระดับสูงประมาณ 50 คน ว่า ทางกระทรวงการคลังเตรียมที่จะเสนอมาตรการภาษีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมของการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (ROH) ของไทย เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม ครม. อังคารหน้าทั้งนี้ เป็นการเพื่อจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาจัดตั้งสำนักงานภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวประกอบด้วย มาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์การจัดหาวัตถุดิบและชิ้นส่วนเพื่อขายให้แก่บริษัทในเครือ โดยสิทธิประโยชน์ดังกล่าวถือว่ามีความจูงใจมากที่สุดหากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ รวมทั้งจะยังปรับลดขั้นตอนในด้านการขอเอกสารอนุมัติขอสิทธิประโยชน์ในการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และจัดทำคู่มือมาตรการลดหย่อนทางภาษี ROH ให้กับนักลงทุนในการพิจารณาประกอบการลงทุนภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวจะเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยแม้ว่าจะมีการยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 15 ปี สำหรับสำนักงานปฏิบัติงานภูมิภาคในไทยและจ่ายภาษีเงินได้ และการเสียเงินได้นิติบุคคลเพียง 10% จากรายได้ที่เกิดขึ้นในไทย รวมทั้งชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยจะเสียเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตรา 15% เป็นเวลา 8 ปี แต่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์ในส่วนการจ้างแรงงานคนเพิ่มขึ้น และการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโต ซึ่งจะส่งผลดีต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าการจัดตั้งสำนักงานในภูมิภาคในปีนี้ให้ได้ประมาณ 100 บริษัท
'ขณะนี้เราได้ตั้งเป้าจะขึ้นเป็นอันดับที่ 2 แทนที่สิงคโปร์ในการจัดตั้งสำนักงานในภูมิภาค หรือ ROH ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่เร่งด่วนที่ต้องรีบทำ เพราะในอีก 5 ปีข้างหน้าเมื่อกำแพงการค้าภายในภูมิภาคอาเซียนพังทลายลงบริษัทต่างๆ ก็จะเลือกประเทศที่คิดว่าทำงานได้ง่ายมาเป็นสำนักงานภูมิภาค ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องขยับตัวให้เร็วและทันต่อเหตุการณ์ ถ้าหากเรายังต้องการรักษาบทบาทสำคัญในภูมิภาคนี้เอาไว้ ซึ่งปัจจุบันไทยอยู่อันดับที่ 3 รองจากมาเลเซีย ซึ่งหากการดำเนินงานเป็นไปด้วยดีก็อาจปรับเพิ่มอันดับขึ้นเป็นอันดับ 2 ได้ในอนาคต อีกทั้งไทยจะต้องคงฐานะความเป็นศูนย์กลางทางการผลิตและการบริการต่อไป' นายประดิษฐ์ กล่าว
|
Comments