|
SCB คาดสิ้นปีสินเชื่อ SME แตะ 1.5 แสนล้านบาท
|
|
|
Tuesday, 03 August 2010 15:38 |
|
นายศิริชัย สมบัติศิริ รองผู้จัดการใหญ่กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) เปิดเผยถึงเป้าการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ SME ในปีนี้ว่า คาดว่าสิ้นปีจะอยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 10-11% ของตลาดสินเชื่อรวม SME ที่มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท พร้อมทั้งคาดว่าสิ้นปีสินเชื่อจากธุรกิจ SME จะสามารถทำกำไรอยู่ที่ 5.6 พันล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 20% ของกำไรจากพอร์ตสินเชื่อรวมของธนาคารฯ
พร้อมทั้งในอนาคตในช่วง 5 ปีต้องการให้กำไรจากธุรกิจปล่อยสินเชื่อ SME มีสัดส่วน 1 ใน 3 ของพอร์ตรวมปล่อยสินเชื่อ
ขณะที่ในช่วงครึ่งปีแรกธนาคารฯ มียอดสินเชื่อรวม 1.78 แสนล้านบาท แต่ในช่วงเดือนตุลาคมธนาคารฯ จะมีการโอนสินเชื่อออกไปจากพอร์ตดังกล่าวประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนในการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ โดยแบ่งแยกหน่วยธุรกิจในการดูแลการปล่อยสินเชื่อเป็น 3 ส่วน ซึ่งหลังจากการโอนเพื่อปรับโครงสร้างแล้วเสร็จ ในส่วนของสินเชื่อ SME จะเหลือประมาณ 1.3 แสนล้านบาท
โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามียอดสินเชื่อใหม่ที่ส่งเข้ามาและรอการอนุมัติ 3 หมื่นล้านบาท และได้มีการอนุมัติไปแล้ว 1.4 หมื่นล้านบาท และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมียอดสินเชื่ออนุมัติใหม่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท
สำหรับนโยบายในการควบคุมคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ ธนาคารฯ จะรักษาอัตราหนี้เสีย (NPL) เกิดใหม่ไม่ให้เกินระดับ 3%ต่อปี โดยในช่วงครึ่งปีแรก NPL ของสินเชื่อใหม่อยู่ในระดับต่ำเพียงประมาณกว่า 1% ขณะที่ตัวเลข NPL รวมอยู่ที่ประมาณ 4.8-5%
สำหรับสาเหตุที่ธนาคารฯ มีการรุกตลาดในกลุ่มธุรกิจ SME มากขึ้น เนื่องจากมองว่าเป็นกลุ่มผู้ประกอบการหลัก และเป็นพื้นฐานการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ ทั้งในภาวะเศรษฐกิจที่มีการเติบโตหรือชะลอตัว
อีกทั้งมีแผนที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อรุกในกลุ่มลูกค้า SME โดยมีแผนที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 3-4 ผลิตภัณฑ์ต่อปี อาทิเช่นกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย
นอกจากนี้ คาดว่าหากสัดส่วนของสินเชื่อ SME มีมากขึ้น ซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีมาร์จิ้นค่อนข้างดี ก็จะส่งผลดีต่อมาร์จิ้นของพอร์ตสินเชื่อรวมของธนาคารให้ดีขึ้นด้วย
ทั้งนี้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของพอร์ตสินเชื่อ SME มาจากรายได้จากค่าธรรมเนียม ในสัดส่วน 22% รายได้จากดอกเบี้ย 78% โดยธนาคารฯ จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากค่าธรรมเนียมเป็น 35% และรายได้จากดอกเบี้ยเป็น 65% และในระยะยาวมีแผนที่จะพยายามให้สัดส่วนรายได้จากสองส่วนดังกล่าวมีสัดส่วนเท่ากัน
|
Comments