|
บลจ. กสิกรไทย เปิดขายกองทุนตราสารหนี้ 6 เดือน
|
|
|
Friday, 20 August 2010 12:32 |
|
บลจ. กสิกรไทย เปิดขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 6 เดือน ไอ (KFI6MI) มูลค่าโครงการ 1 หมื่นล้านบาท ลงทุนในพันธบัตรรัฐาลและเงินฝากประจำ 6 เดือนของแบงก์เอมิเรตส์ เอ็นดีบี คาดให้ผลตอบแทน 1.80% ต่อปี เสนอขายครั้งเดียว 24-30 สิงหาคม นี้
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทจะเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 6 เดือน ไอ (KFI6MI) ระหว่างวันที่ 24-30 สิงหาคม 2553 เพื่อตอบรับความต้องการของผู้ลงทุนที่ต้องการทางเลือกลงทุนระยะสั้น ที่ให้โอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศที่มีอายุตราสารเท่ากัน โดยกองทุนดังกล่าวมีขนาดกองทุน 10,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นสัดส่วนประมาณ 76% ของพอร์ตการลงทุนและอีก 24% เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มเติมด้วยการลงทุนในเงินฝากประจำ 6 เดือนของธนาคารเอมิเรตส์ เอ็นดีบี (ENDB) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งคาดว่าจะให้โอกาสรับผลตอบแทนปลอดภาษีถึง 1.80% ต่อปี “ความน่าสนใจของกองทุนนี้ คือ การตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ไม่พร้อมลงทุนระยะยาวด้วยทางเลือกในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลในประเทศ โดยผลตอบแทนที่เพิ่มเติมขึ้นนี้มาจากส่วนเงินฝากประจำ 6 เดือน ของธนาคารเอมิเรตส์ เอ็นดีบี (ENDB) และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน” นายพัชรกล่าว
สำหรับความกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านการเงินและฟองสบู่ในดูไบ นายพัชรเปิดเผยว่า ธนาคารเอมิเรตส์ เอ็นดีบี เป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และมีรัฐบาลของดูไบเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ในด้านคุณภาพของสินเชื่อ (Quality of Loanbook) ยังมีแนวโน้มของหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นจากการปล่อยกู้ในดูไบ แต่ด้วยทุนของธนาคารที่มีอยู่สูงถึง 19.6% ของทรัพย์สิน ประกอบกับการที่ธนาคารได้ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 1,942 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นอัตราส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ 113.82%
ทำให้ธนาคารมีความสามารถรองรับหนี้เสียได้ถึง 10% ในขณะที่ในไตรมาส 2 ของปี 2553 ธนาคารมีหนี้เสียอยู่เพียง 3% เท่านั้น และแม้ว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะยังไม่มีการตรากฎหมายเพื่อคุ้มครองเงินฝาก แต่ธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ออกประกาศเรื่องการค้ำประกันเงินฝากในทุกธนาคารของประเทศเป็นการผลักดันให้เกิดการบังคับใช้ตามกฎหมาย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้น่าจะทำให้นักลงทุนคลายความกังวลในการฝากเงินกับของสถาบันการเงินในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ลง
“เราเชื่อว่าถ้าเกิดปัญหาขึ้น รัฐบาล UAE จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือสถาบันการเงินในประเทศทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นของธนาคารของรัฐดูไบหรืออาบูดาบี เหมือนอย่างที่เคยทำมาแล้วเมื่อครั้งเกิดปัญหาเรื่องสภาพคล่องในปี 2551 นอกจากความช่วยเหลือจากรัฐแล้ว ธนาคารกลางของ UAE ก็ยังเปิดให้ธนาคารต่างๆ กู้ยืมเงินมาใช้ได้ในภาวะวิกฤติ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีธนาคารใดขอกู้ยืมเงินดังกล่าวเลย นอกจากนี้ ธนาคารกลางยังนำเงินส่วนหนึ่งเข้าไปฝากไว้ในทุกธนาคารของ UAE ด้วย” นายพัชรกล่าวในที่สุด
|
Comments