| ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น5.75 จุด |
|
| Thursday, 09 February 2012 08:47 | |||
|
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.) เพิ่มขึ้น 5.75 จุด หรือ 0.04% แตะที่ 12,883.95 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 2.91 จุด หรือ 0.22% แตะที่ 1,349.96 จุด ดัชนี Nasdaq ปิดบวก 11.78 จุด หรือ 0.41% แตะที่ 2,915.86 จุด เนื่องจากนักลงทุนยังคงคาดหวังว่าผู้นำพรรคร่วมรัฐบาลของกรีซจะสามารถตกลงกันได้ในเรื่องการปรับลดการใช้จ่าย ซึ่งจะปูทางให้กรีซสามารถรับความช่วยเหลือครั้งใหม่จากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และจะช่วยให้กรีซรอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้ นักลงทุนต่างก็คาดหวังว่าการเจรจาเรื่องหนี้สินของกรีซจะลุล่วงไปด้วยดี และคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะยอมรับเงื่อนไขการปรับลดมูลค่าพันธบัตรของกรีซที่อีซีบีถือครองอยู่ ตามโครงการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีเป้าหมายในการลดภาระหนี้สินของกรีซ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำนวนหนึ่งวิตกกังวลว่า การเจรจาที่ยืดเยื้อยาวนานอาจจะทำให้กรีซเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ และจะฉุดรั้งเศรษฐกิจในหลายภูมิภาคให้ถดถอยลงด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลกรีซจะต้องชำระหนี้ 1.45 หมื่นล้านยูโร (1.85 หมื่นล้านดอลลาร์) ในการไถ่ถอนพันธบัตรในวันที่ 20 มีนาคมนี้แล้ว แต่กรีซก็ยังไม่สามารถหาเงินได้ ซึ่งหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปยูโรโซนก็เสี่ยงเผชิญวิกฤตการเงินระลอกใหม่ นายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอส ของกรีซ ได้จัดการเจรจากับบรรดาผู้นำทางการเมืองของกรีซที่สนับสนุนรัฐบาลที่กรุงเอเธนส์ เมื่อวานนี้เวลา 15.00 น.ตามเวลากรีซ หลังจากที่เขาเลื่อนการประชุมดังกล่าวออกไปหนึ่งวัน เพื่อจัดประชุมกับกลุ่มทรอยก้า (troika) ซึ่งประกอบไปด้วยคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี), อีซีบี และไอเอ็มเอฟแทน เพื่อต่อรองเงื่อนไขในการขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมมูลค่า 1.3 แสนล้านยูโร (1.72 พันล้านดอลลาร์) นักวิเคราะห์มองว่าการที่ผู้นำพรรคการเมืองกรีซลังเลที่จะยอมรับเงื่อนไขที่เข้มงวดจากในมาตรการรัดเข็มขัดนั้น เพราะมองว่าอาจจะทำให้ชาวกรีซมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบากมากขึ้น และอาจสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน และในที่สุดก็อาจส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงของบรรดาพรรคการเมืองในช่วงใกล้เลือกตั้งในเดือนเม.ย. นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยในคืนนี้ตามเวลาไทย กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลสต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนธ.ค. ส่วนวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนธ.ค., รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต้นเดือนก.พ. และกระทรวงการคลังสหรัฐจะเปิดเผยงบประมาณของรัฐบาลกลางเดือนม.ค
|
Comments