|
ครม.อนุมัติแก้หนี้เกษตรกร 5.1 แสนราย
|
|
|
Wednesday, 07 April 2010 13:10 |
|
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้อนุมัติตามที่พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจของนายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรอย่างบูรณาการ โดยครม.ได้อนุมัติงบประมาณรวม 5,870 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรจำนวน 5.1 แสนราย โดยเบื้องต้นได้มีการเจรจากับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) และธนาคารออมสิน เพื่อให้การช่วยเหลือในการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกร
โดยแบ่งกลุ่มเกษตรกรออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรกรลูกหนี้ที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) และเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรประมาณ 80,000 ราย สถานะหนี้เป็นหนี้ NPL นับตั้งแต่ 31 ธ.ค.2552 ซึ่งรัฐบาลจะเร่งให้การช่วยเหลือในกลุ่มดังกล่าวก่อน โดยเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการพักชำระต้นครึ่งหนึ่ง หรือตัดหนี้ลง 50% และงดผ่อนดอกเบี้ยทั้งหมดก่อน โดยจะเป็นการผ่อนชำระหนี้เงินต้นที่เหลือตามงวดระยะเวลาที่ตกลง แต่จำนวนระยะเวลาจะต้องไม่เกิน 15 ปี ซึ่งเงินต้นและดอกเบี้ยที่พักไว้จะได้รับการลดให้ทั้งหมดเมื่อเกษตรกรได้ชำระหนี้คืนงวดสุดท้ายแล้ว ขณะที่รัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร
กลุ่มที่ 2 เกษตรกรหรืออาจจะเป็นหรือไม่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งมีกลุ่มดังกล่าวจำนวนประมาณ 3.5 แสนราย ซึ่งจะมีลักษณะการให้การช่วยเหลือเช่นเดียวกับกลุ่มแรก ส่วนกลุ่มที่ 3 เกษตรกรลูกหนี้สถาบันการเงินอื่นจำนวน 80,000 ราย จะได้รับการช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ภายหลังจากรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขในกลุ่มที่ 1 และ 2 เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ งบประมาณในการดำเนินการจำนวน 5,870 ล้านบาท แบ่งเป็น การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลางประจำปีงบประมาณ 2553 วงเงิน 1.14 พันล้านบาท โดยให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ พร้อมสนับสนุนอาชีพหลักให้แก่เกษตรกร ซึ่งในงบดังกล่าวอาจจะมีการปรับลดงบประมาณลงได้ เนื่องจากในส่วนของงบประมาณในการดำเนินการจำนวน 500 ล้านบาท ที่ประชุมครม.มองว่าอาจจะสูงเกินไปจึงได้มอบหมายให้กลับไปพิจารณาอีกครั้ง ขณะที่ส่วนที่เหลือจะเป็นการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 วงเงิน 2.20 พันล้านบาท และปี 2555 วงเงิน 2.53 พันล้านบาท
ครม.อนุมัติแก้หนี้เกษตรกร 5.1 แสนราย
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้อนุมัติตามที่พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจของนายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรอย่างบูรณาการ โดยครม.ได้อนุมัติงบประมาณรวม 5,870 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรจำนวน 5.1 แสนราย โดยเบื้องต้นได้มีการเจรจากับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) และธนาคารออมสิน เพื่อให้การช่วยเหลือในการปรับ โครงสร้างหนี้เกษตรกร
โดยแบ่งกลุ่มเกษตรกรออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรกรลูกหนี้ที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) และเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรประมาณ 80,000 ราย สถานะหนี้เป็นหนี้ NPL นับตั้งแต่ 31 ธ.ค.2552 ซึ่งรัฐบาลจะเร่งให้การช่วยเหลือในกลุ่มดังกล่าวก่อน โดยเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการพักชำระต้นครึ่งหนึ่ง หรือตัดหนี้ลง 50% และงดผ่อนดอกเบี้ยทั้งหมดก่อน โดยจะเป็นการผ่อนชำระหนี้เงินต้นที่เหลือตามงวดระยะเวลาที่ตกลง แต่จำนวนระยะเวลาจะต้องไม่เกิน 15 ปี ซึ่งเงินต้นและดอกเบี้ยที่พักไว้จะได้รับการลดให้ทั้งหมดเมื่อเกษตรกรได้ชำระหนี้คืนงวดสุดท้ายแล้ว ขณะที่รัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร
กลุ่มที่ 2 เกษตรกรหรืออาจจะเป็นหรือไม่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งมีกลุ่มดังกล่าวจำนวนประมาณ 3.5 แสนราย ซึ่งจะมีลักษณะการให้การช่วยเหลือเช่นเดียวกับกลุ่มแรก ส่วนกลุ่มที่ 3 เกษตรกรลูกหนี้สถาบันการเงินอื่นจำนวน 80,000 ราย จะได้รับการช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ภายหลังจากรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขในกลุ่มที่ 1 และ 2 เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ งบประมาณในการดำเนินการจำนวน 5,870 ล้านบาท แบ่งเป็น การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายงบกลางประจำปีงบประมาณ 2553 วงเงิน 1.14 พันล้านบาท โดยให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ พร้อมสนับสนุนอาชีพหลักให้แก่เกษตรกร ซึ่งในงบดังกล่าวอาจจะมีการปรับลดงบประมาณลงได้ เนื่องจากในส่วนของงบประมาณในการดำเนินการจำนวน 500 ล้านบาท ที่ประชุมครม.มองว่าอาจจะสูงเกินไปจึงได้มอบหมายให้กลับไปพิจารณาอีกครั้ง ขณะที่ส่วนที่เหลือจะเป็นการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 วงเงิน 2.20 พันล้านบาท และปี 2555 วงเงิน 2.53 พันล้านบาท
|
Comments