|
BAYแก้มปริรับโค้งแรกกำไรพุ่ง101%
|
|
|
Wednesday, 21 April 2010 13:25 |
|
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ประกาศผลการดำเนินงานของธนาคารและบริษัทในเครือ ประจำไตรมาส 1/2553 ที่ปรับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยตามงบการเงินรวม ธนาคารมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและภาษี จำนวน 6,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% และ 24% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2552 และไตรมาส 4/2552 ตามลำดับ และหลังหักสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 3,182 ล้านบาท และภาษีเงินได้จำนวน 888 ล้านบาท ธนาคารมีกำไรสุทธิ 2,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และ 31% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2552
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานของธนาคารปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับ ไตรมาส 1/2552 ได้แก่ รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิเพิ่มขึ้น 55% และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 89% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น เพียง 51% และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 4/2552 จุดที่ปรับปรุงดีขึ้นได้แก่ รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิเพิ่มขึ้น 12% และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 22% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 9%
นายมาร์ค อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราพอใจกับการเริ่มต้นที่แข็งแกร่งในปี 2553 ซึ่งเป็นปีที่ธนาคารฉลองการครบรอบปีที่ 65 ของการก่อตั้ง โดยผลประกอบการของธนาคารในไตรมาสแรกนี้ ปรับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนและแผนที่วางไว้ ธนาคารรายงานกำไรจากการดำเนินงานก่อนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและภาษีเพิ่มขึ้น 87% เมื่อเทียบปีต่อปี ในขณะที่กำไรเพิ่มขึ้นเท่าตัว ผลการดำเนินงานที่ดีนี้ทำให้ธนาคารสามารถใช้โอกาสต่อยอดความแข็งแกร่งของงบดุลด้วยการเพิ่มสัดส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารเป็น 79% ในขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพสุทธิของธนาคารลดลงอยู่ที่ระดับ 4.9% ซึ่งจะช่วยสนับสนุนแผนการเร่งลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร ”
“ในขณะที่การดำเนินงานด้านการผสานธุรกิจของบริษัทในเครือธนาคารให้มีความกระชับมากขึ้น เป็นไปด้วยดีตามแผน 12 เดือนที่วางไว้ ผลกำไรที่ปรับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของไตรมาสแรกนี้สะท้อนให้เห็นว่าความพยายามในการผสานธุรกิจและการสร้างประโยชน์สูงสุดจากศักยภาพของธนาคารและบริษัทในเครือกำลังเริ่มส่งผล เรามั่นใจว่าโครงสร้างที่แข็งแกร่งของธนาคารที่เราสร้างขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่วางไว้สำหรับปีนี้ จากนี้ไปเราจะยังคงทุ่มเททำงานหนักอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะรักษาระดับการเติบโตที่แข็งแกร่งต่อไปในอนาคต” นายมาร์ค อาร์โนลด์ กล่าวในที่สุด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2553 ตามงบการเงินรวม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีสินทรัพย์รวม 821,632 ล้านบาท มีสินเชื่อรวม 606,921 ล้านบาท มีเงินฝาก 534,019 ล้านบาท และมีอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ที่ระดับ 14.5% โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่ระดับ 11.75%
|
Comments