|
บลจ.ยูโอบี มั่นใจ AUM ปีนี้โต 50%
|
|
|
Thursday, 22 April 2010 15:06 |
|
นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนยูโอบี ( ไทย ) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯตั้งเป้ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร(AUM) ในปี 2553 เติบโต 50% จากสิ้นปีก่อนที่มี AUM อยู่ที่ 5.3 หมื่นล้านบาท โดยการเติบโตของ AUM มาจากกองทุนตรสารหนี้ต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยอีกที ซึ่งหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังอาจทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นกับลูค้า โดยบริษัทฯก็จะเปิดกองทุนเพื่อรองรับกับความต้องการของผู้บริโภค อาทิ กองทุนประเภท Target Fund หรือ กองทุนตราสารหนี้ตางประเทศ
ทั้งนี้ ยอมรับว่า AUM ในไตรมาส 1/2553 อาจปรับตัวลดลงจากสิ้นปีก่อนมาอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท สาเหตุจากกองทุนพันธบัตรเกาหลีครบกำหนดอายุไถ่ถอน อีกทั้ง นักลงทุนโยกเงินจากกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำไปลงทุนกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงมากขึ้น เนื่องจากมีความมั่นใจกับภาวะเศรษฐกิจโลกมากขึ้น ขณะเดียวกัน กองทุนต่างประเทศมีขนาดลดลง เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้ผลตอบแทนในสกุลเงินบาทลดลง
"ช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บลจ.ยูโอบีได้ออกกองทุนจำนวนทั้งสิ้น 8 กอง ได้แก่ กองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 กอง กองทุนรวมตราสารหนี้ในประเทศ 1 กอง และกองทุนรวม Target Fund ที่ลงทุนในต่างประเทศ 1 กอง"นายวนา กล่าว นายวนา พูลผล กล่าวอีกว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยไม่น่าจะต่ำกว่า 700 จุด โดยดัชนีฯที่ระดับดังกล่าวได้รวมสถานการณ์ทางการเมืองที่เลวร้ายแล้ว คือ หากเกิดการปะทะอย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และเกิดความสูญเสีย เสียเลือดเนื้อ คล้ายกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา และทำให้ต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น แต่ทั้งนี้ มองว่าตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงยังเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้น เพราะว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยหลายบริษัทก็มีกำไรที่ดี ซึ่งพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนไทยยังดีอยู่ ทั้งนี้ประเมินว่าประเด็นการเมืองเป็นภาวะชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม หากดัชนีฯปรับตัวลดลงใกล้ระดับ 700 จุด บริษัทฯก็พร้อมที่จะเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานดี อาทิ กลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยสัดส่วนการลงทุนแบ่งเป็น 80-85% ถือระยะยาว และ 15% เลือกจังหวะในการเข้าลงทุน หรือลงทุนระยะสั้น สำหรับกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากประเด็นการเมือง อาทิ กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม
|
Comments