|
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/07/53
|
|
|
Thursday, 22 July 2010 11:28 |
|
ธุรกิจใหญ่-ผลประกอบการดี ปลายน้ำชนะเลิศ การลงทุนน่าจะอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายเงินลงทุนจากต้นน้ำมาปลายน้ำ เพราะต้นน้ำบอบช้ำ กำไรไตรมาส 2/53 ไม่สดใส เมื่อเห็นตัวเลขส่งออกยังประทับใจยางพาราและสินค้าในกลุ่มอาหารมาก ลงทุนวันนี้เลือก STA ในขณะที่ CPF ต้องรอลุ้นให้ถึง 25.25 บาท ตามราคาเป้าหมาย จากนั้นต้องหวังลุ้นปันผลของ CPF กลางปีว่ามีโอกาสจ่ายได้มากกว่า 0.50 บาทหรือไม่ เป็นไปได้ว่าอยู่ระหว่าง 0.50-0.60 บาท เพราะทั้ง CPF, STA มี Cashflow ไหลเข้าดี เพราะอุตสาหกรรมดีปีนี้หมดเหนื่อยแต่กลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมี ยังไม่ไหว เราอยากให้นักลงทุนทลายกำแพงความเชื่อมั่นถือมั่นต่อตัวบริษัท และควรให้น้ำหนักต่อภาพอุตสาหกรรมในแต่ละช่วงจังหวะเวลามากกว่า ยอมรับว่าเวลานี้ต้นนำปิโตรยังแย่อยู่ สเปรดยังมีโอกาสเลวร้ายลงในช่วงไตรมาส 3/53 แต่ความแย่ของต้นน้ำส่งผลบวกต่อปลายน้ำ ดังนั้นหากท่านเห็น IVL, AJ หรือแม้แต่ IRPC ปรับตัวลง ให้นึกถึงการเข้าซื้อเนื่องจากยังมีผลประกอบการที่ดีค้ำจุน ดีกว่าวิ่งเข้าซื้อต้นน้ำพวก PTTAR, PTTCH, SCC เพราะขาลงของกลุ่มหลังยังไม่จบเร็ว แม้โดยหลักความเชื่อมั่น 3 ตัวแรกจะได้รับความเชื่อถือน้อยกว่า 3 ตัวหลังและถูกมองว่าอยู่กันคนละดิวิชั่น แต่หากจะทำให้พอร์ตมีกำไรใน 3 เดื่อนข้างหน้าต้องกล้าเปลี่ยน
กรอบวันนี้ แนวรับ 823 แนวต้าน 835
ปัจจัยวันนี้ ( + ) เศรษฐกิจไทย: ตัวเลขส่งออกเดือน มิ.ย.53 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยมูลค่าการส่งออกถึง 18,039 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 46.3% โดยขยายตัวขึ้นในทุกหมวดสินค้า ด้านนำเข้าเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 37.9% ดุลการค้าเกินดุล 2.3 พันล้านเหรียญฯ ตัวเลขส่งออกเดือน มิ.ย.53 ดาวรุ่งพุ่งแรงได้แก่ ยางพารา มันสำปะหลัง น้ำตาลและสินค้าอาหาร: ยางพารา ปริมาณเพิ่มขึ้น 11.5% มูลค่าเพิ่มขึ้น 129.5% มันสำปะหลัง ปริมาณเพิ่มขึ้น 21.6% มูลค่า 63.3%น้ำตาล ปริมาณ 42.4% มูลค่า 86.6% ส่วนสินค้าอาหาร เพิ่มขึ้น 22.9% ขณะที่ข้าวมีมูลค่าลดลง 21% เช่นเดียวกับสินค้าผักและผลไม้ มูลค่าลดลง 3.3% เนื่องจากผลผลิตภายในประเทศลดลง ด้านสินค้าอุตสหากรรมที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่ รถยนต์ โต 122% อิเล็คทรอนิกส์ +35.3% เครื่องใช้ไฟฟ้า +48% สิ่งทอ +30% ทองคำ +534.6%
( + ) ธนาคาร: ผลประกอบการไตรมาส 2/53 โดยรวมมีกำไร 2.67 หมื่นล้านบาทเติบโต 3%qoq และ 27%yoy โดยกำไรส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี สินเชื่อขยายตัวได้ต่อเนื่อง ขณะที่ NIM เริ่มปรับตัวดีขึ้น เราคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 3/53 จะยังคงเติบโตขึ้นต่อเนื่อง สินเชื่อในครึ่งปีหลังยังน่าจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจ แนะนำซื้อ BBL, SCB เป็น Top pick กลุ่ม Hire Purchase แนะนำ switching จาก TISCO เข้า TCAP และแนะนำขาย TMB
( + ) STA: ยังน่าจะไปต่อได้ให้ราคาเป้าหมาย 25.50 บาท ปรับกำไรหลังภาษีแล้วอยู่ที่ 3,278 ล้านบาท คิดเป็น EPS 2.56 บาทต่อหุ้น ราคาเหมาะสมที่ PER 10 เท่า เท่ากับ 25.50 บาท รอบปีนี้ส่วนที่เคยเป็น Net Debt ลดฮวบอีก 2 ปีกลายเป็น Net Cash คาดผลประกอบการไตรมาส 2/53 ที่ 1,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% QoQ
( - ) PTTAR: คาดการณ์มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/53 ไม่สดใส โดยเฉพาะของ PTTAR อาจลงไปเห็นขาดทุน แต่เป็นเรื่องทางบัญชีเป็นส่วนใหญ่ซึ่งเชื่อว่าส่วนขาดทุนนั้นจะได้รับการชดเชยกลับราวไตรมาส 3/53 มาสแควร์ได้ แต่สเปรดยังไม่ฟื้นน่าวิตกว่า ทั้งปีจำต้องหั่นกำไรสุทธิของ PTTAR ลงเหลือราว 5,400 ล้านบาท จากเดิม 11,000 ล้านบาท
|
Comments