Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.พัฒนสิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/07/53
บล.พัฒนสิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/07/53 PDF Print E-mail
Thursday, 22 July 2010 11:03

ประเด็นหลักต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้
• (+/-) การทรงตัวของดัชนีฯเหนือ/ต่ำกว่าเส้น SMA5/10วัน (827/823)จะมีอิทธิพลสูงต่อทิศ
ทางตลาดหุ้นระยะสั้น โดยเฉพาะต่อแรงซื้อ/ขายหุ้นเก็งกำไร
• (-)ตลาดฯเตือนการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของราคาหุ้นและวอลุ่ม TMB
• (-)ประธานเฟดเตือนเศรษฐกิจสหรัฐฯมีความเสี่ยงของการชะลอตัว
• (+)พาณิชย์ฯปรับเป้าส่งออกปีนี้เป็น 19%จากเดิม 14% (+กลุ่มชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์  และ
ยานยนต)

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ : Volatile
คาดดัชนีฯ ผันผวน แนวรับ 823/817จุด แนวต้าน 833/838จุด ปัจจัยทางเทคนิคและกระแส
เก็งกำไรหุ้นขนาดเล็กและกลาง ยังคงเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดหุ้นระยะสั้น (แรงขายจะเพิ่ม
ขึ้นหากดัชนีฯหลุด SMA 5-10 วัน 827/823 จุด) ปัจจัยบวกคือธปท.เตรียมปรับเพิ่มเป้าหมาย
เติบโตเศรษฐกิจไทยวันพรุ่งนี้ ส่วนปัจจัยลบคือรายงาน EU Stress Test วันศุกร์ การเริ่มติด
เบรกหุ้นที่มีการซื้อขายผิดปกติ กลุ่มเด่น+อสังหาฯ หลักทรัพย์ สื่อสาร กลุ่มด้อย-โรงกลั่นปิโต
รเคมี
ภาพตลาด 1-2 สัปดาห์ : จุดสูงสุดของเดือน กค.อยู่ที่ 833 จุด (หรือ849จุดกรณีดีกว่าคาด
และอาจเกิดขึ้นในเดือนสค.) ก่อนที่จะมีการซิ๊กแซ๊กลงจากวิตกเศรษฐกิจโ ลกและผลกำไรครึ่ง
หลังปีนี้ชะลอตัว คงคำแนะนำ ทยอยขายที่แนวต้าน

กลยุทธ์วันนี้ : Selective Buy/Sell
วานนี้– ดัชนีฯที่ยืนได้จากแรงซื้อหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ BBL KBANK ช่วยเพิ่มแรงซื้อ
เก็งกำไร 1.หุ้นบลูชิพที่มีข่าวบวก CPF TUF HMPRO 2.หุ้นพิมพ์นิยม TPIPL BJC
TMB BTS 3.หุ้นที่ปรับฐานชั่วคราว-กลุ่มอสังหาฯ QH CK STEC HEMRAJ และ 4.
หุ้นหน้าใหม่-กลุ่มหลักทรัพย์ KEST ASP BLS อื่นๆ CPN
วันนี้-เรายังคงแนะนำหุ้นน่าซื้อ/และน่าขาย// เด่นวันนี้ เน้นหุ้นเทคนิคสวย CKและ ASP(+
ปันผลระหว่างกาล)
1. อ่อนตัวซื้อ TVO MAJOR BEC TUF ADVANC ให้อัตราผลตอบแทนปันผลระหว่าง
กาลสูงกว่า 2%, Upside to fair, Low Beta, ขึ้นน้อยกว่าตลาด และ ซื้อหุ้นที่มีแนวโน้มผลการ
ดำเนินงานดีในกลุ่มเกษตรอาหาร CPF GFPT ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ HANA SMT KCE และ
หุ้นที่มีปัจจัยบวก STA
2.ขายทำกำไร หุ้นที่ขึ้นแรงในรอบนี้,High beta, เต็มมูลค่า, ไม่มีปันผลระหว่างกาล
หรือจ่ายได้น้อย ได้แก่ TPIPL AMATA HEMRAJ TMB TRUE และหุ้นที่แนวโน้มกำไรแย่
ลง (ราคาหุ้นยังไม่สะท้อน ERAWAN, PSL และกลุ่มโรงกลั่น) รวมถึงหลักทรัพย์ที่อาจมีโอกาส
เข้าเกณฑ์ Cash Balance หากวอลุ่มถึงเกณฑ์ :KTC KTP AKR TT&T PLE SLC แนะขึ้น
ขายก่อน-รอซื้อคืนเมื่ออ่อนตัวหรือปิดตลาด
หุ้นมีข่าว: (+) หุ้นร้อนทางเทคนิค CK STEC QH CYBER KEST/PTTCH(Analyst
Meeting)/ KCE อนุมัติซื้อหุ้นคืน10 ล้านหุ้น วงเงิน 90ลบ.ระหว่าง 9สค.-8กพ./กลุ่มสื่อสาร
ประมูล3G เดินหน้าตามแผน/VAYU1 ปันผล0.30บ.เท่าปีก่อน/THAI ส่งซิกเพิ่มทุน35บ.
*รายงานของ CNS วันนี้: Economic (ส่งออกมิย.) Company Update(TOP TMB)
TRUE(Refinance) THAI(ขายหุ้นเพิ่มทุน) DTAC(Analyst meeting)

ปัจจัยและประเด็นที่มีอิทธิพลต่อตลาด
1.ปัจจัยลบ :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1) Sell on fact ผลการดำเนินงานกลุ่มธนาคารฯรายงานกำไร แม้ว่าผลการดำเนินงาน
2Q10 ของกลุ่มแบงก์ไทยจะรายงานกำไรดีกว่าคาด ยกเว้น SCB หรือ แนวโน้มกำไร 3Q10F
ของธนาคารส่วนใหญ่จะดีขึ้นทั้ง y-yและ q-q ยกเว้น TISCO, KK และ BBL ที่น่าจะเห็นกำไร
ปรับลดลง q-q จากกำไรจากรายการพิเศษที่ลดลง แต่เราคาดว่า หุ้นแบงก์ที่จะ Outperform
กลุ่มแบงก์ในช่วงที่เหลือของเดือนกค. ได้แก่ หุ้นแบงก์ที่คาดว่าจะจ่ายปันผลระหว่างกาลและให้
ผลตอบแทนสูง เช่น KK BBL ฯลฯ
2) ตลาดหลักทรัพย์ฯเผยยังติดตามการซื้อหุ้น TMB อย่างใกล้ชิด หลังราคาหุ้นและปริมาณ
การซื้อขายยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แม้ TMB จะมีการชี้แจงข้อมูลให้นักลงทุนทราบไปตั้งแต่ 16
กค.ที่ผ่านมา (คาดว่าจะส่งผลทางจิตวิทยาต่อ หุ้นเก็งกำไรอื่นๆที่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาแรงในช่วงที่
ผ่านมา )
3) หนี้สาธารณะเดือนพค.เพิ่มขึ้น 3.5 หมื่นล้านบาทจากเดือนก่อน เป็น 4.14 ล้านล้านบาท
หรือ 42.59%ของ GDP เป็นผลจากรัฐบาลเพิ่มหนี้ผ่านการกู้โดยตรง 3.27 หมื่นล้านบาท โดย
การออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณและเบิกเงินกู้ไทยเข้มแข็ง
4) มาบตาพุต-เจโทร หรือองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศญี่ปุ่น กังวลเกี่ยวกับการ
ประกาศประเภทกิจการรุนแรง ล่าช้าไปอีก 2 เดือน ตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมให้ศึกษาเพิ่ม
เติม เพราะอาจส่งผลกระทบต่อแผนอีโคคาร์
5) สัญญาณเตือน Sell Signal ทางเทคนิค จากการเข้าเขต Overbought Area (ทั้งราย
วัน รายสัปดาห์ และรายเดือน) วานนี้ดัชนีฯปรับลดลง และเกิด Divergence ทางเทคนิค

ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1. MSCI Far East Ex-Japan เริ่มซื้อขายในระดับใกล้ระดับสูงสุดรอบ 10 ปีที่บริเวณ
P/BV Band 2 เท่ายกเว้นช่วงปลายปี 07- กลางปี 08 ที่ขึ้นไปถึงระดับ 2.5 เท่า โดยตลาดหุ้น
อินโดนีเซียซื้อขายที่ระดับแพงสุดถึง3.7 เท่า ส่วนไทยอยู่ที่ 1.8 เท่า สูงกว่าฮ่องกง เกาหลีใต้ที่
1.4 เท่า และสิงคโปร์ที่ 1.7 เท่า
2. Earning revision Asia Pacific Ex-JP เดือน มิย.ที่ลดลงยังเป็นปัจจัยลบต่อตลาด
หุ้นฯในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้า โดย Asia Pacific Ex-JP ลดลงเป็น 1.09x จาก 1.25x
ประเทศที่มี EMI ลดลงมากที่สุด ในเดือน มิย.ได้แก่ อินเดีย -0.42pt. ไต้หวัน -0.34pt.
สิงคโปร์ -0.33pt. ไทย -0.25pt. โดย EMI ไทย ลดลลงจาก 1.25x เหลือ 1.0x (m-m)
3. สหรัฐฯประกาศมาตรการแซงชั่นรอบใหม่ต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งคาดว่าเกาหลีเหนืออาจมีการ
ตอบโต้ผ่านการซ้อมอาวุธรอบใหม่โดยเฉพาะบริเวณใกล้เกาหลีใต้และญี่ปุ่น
4. โมเมนตั้มเชิงลบต่อตลาดหุ้นเอเชีย - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดน้ำมันดิบ ปรับตัวลดลง
แม้ JP Morgan จะรายงานกำไรดีกว่าคาด เนื่องจากการส่งสัญญาณเตือนเศรษฐกิจอาจชะลอตัว
ของประธานแฟด เบอร์นาเก้ ส่งผลให้ค่าเงินอียูเทียบดอลล์สหรัฐฯ กลับมาอ่อนค่าเป็นวันที่สองอยู่
ที่ $1.2752/EU จากวันก่อนหน้า $1.2884/EU

2.ปัจจัยบวก :
ปัจจัยในประเทศ : คือ
1. ตัวเลขส่งออกเดือนมิย.สูงกว่าคาดหมาย รายงานการส่งออกเดือนมิย. การส่งออกมีมูลค่า
18,038 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ +46.3%y-y เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน ส่วนการนำ
เข้า+ 37.9%y-y คิดเป็นมูลค่า15,716ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้เกินดุลการค้าประมาณ
2.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (สูงกว่า Consensus ที่คาดว่า การส่งออกจะเพิ่มขึ้น 33.5% y-y
( พ.ค. = 42.5%) และดุลการค้าจะเกินดุล US$1.31bn (พ.ค.= +US$2.21bn)) ตัวเลขที่เพิ่ม
สูงขึ้นดังกล่าว ทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องปรับเพิ่มเป้าหมายส่งออกทั้งปีนี้เป็นโต 19% หรือ
มูลค่า 1.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 14% ขณะที่มูลค่าการนำเข้า มีมูลค่า
15,716 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 37.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มีผลให้ไทยเกินดุลการค้า
2,322ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการส่งออก 6 เดือนแรกปีนี้ มูลค่ารวม 9.31 หมื่นล้านดอลลาร์
สหรัฐฯ หรือโต 36.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนนำเข้ามูลค่ารวม 8.67 หมื่นล้านดอลลาร์
สหรัฐฯ เติบโต 51.7% ส่งผลให้ 6 เดือนแรกไทยเกินดุลการค้าราว 6.38 พันล้านดอลลาร์
สหรัฐฯ ส่วนวันที่ 23 กค.นี้ ธปท. จะเผยแพร่รายงานแนวโน้มเงินเฟ้อ(รายไตรมาส) 23 ก.ค.และ
คาดว่าจะมีการปรับเพิ่ม GDP ปีนี้สูงขึ้น
2. Fund Inflow: นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศ
ไทย (ธปท.) กล่าวว่าขณะนี้เงินทุนไหลเข้าเริ่มกลับเข้ามาในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากคาดการณ์
ว่าเศรษฐกิจเอเชียแข็งแกร่ง ให้ผลตอบแทนดี โดยเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและตราสารหนี้ แม้ว่า
อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.25 ซึ่งเงินทุนที่ไหลเข้ามานี้ ส่วนหนึ่งมา
จากกองทุนเก็งกำไร โดยตั้งแต่ 1-16 กรกฎาคม มีเงินทุนไหลเข้าไทยสุทธิ14ล้านดอลลาร์
สหรัฐฯ (448 ล้านบาท) และเดือนมิย. 96 ล้านดอลล์หรัฐฯ(3072 ล้านบาท) ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีที่
ผ่านมา มีเงินไหลเข้าในเอเชีย 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหลายประเทศในเอเชียได้ออก
มาตรการกำกับดูแลไม่ให้มีการกู้ยืมมากเกินไป และให้ระมัดระวังกองทุนเก็งกำไร หลังจากที่
เคยประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยต้องระวังส่วนนี้เช่นกัน รวมทั้งต้องรักษา
เสถียรภาพเศรษฐกิจให้มีความน่าเชื่อถือซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจของประเทศได้

ปัจจัยต่างประเทศ : คือ
1) EU Bank Stress Test (ประกาศ 23 กค) จะเป็นภาพบวกระยะสั้นต่อสถาบันการเงิน
ยุโรปประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หุ้นสหรัฐฯ ปรับสูงขึ้น ก่อนจะมีการการประกาศผลการทดสอบ
Stress test (Result release) และพักฐานหลังจากรายงานผลการทดสอบ และแกว่งตัว
ผันผวนก่อนจะมีการเพิ่มทุน
2) USA: Nomura Global Economy Team วานนี้ ยังคงเป้าหมายเติบโตเศรษฐกิจ
สหรัฐฯที่ +2.2%q-q ar แม้รายงานตัวเลขการสร้างบ้านใหม่เดือนมิถุนายน -5.%m-m เป็น
5.49 แสนหน่วย (ลดลงต่อเนื่องจาก -10%m-mในเดือนพค.) แต่ใกล้เคียงกับประมาณการของ
ตลาดและโนมูระ ทั้งนี้การปรับลดลงดังกล่าวเป็นผลจาก Multifamily starts -22%m-m ขณะที่
Single family starts ลดลงเพียง -0.7%m-m ส่วนพื้นที่ก่อสร้างรับอนุญาตของSingle
Family –3%m-m ดีขึ้นจาก -10%m-m ในเดือนก่อนหน้า แสดงถึง การชะลอตัวแบบ Soft
Landing
3) Japan: BOJ ส่งสัญญาณเพิ่มเติมในการกระตุ้นแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ
ญี่ปุ่น และคงนโยบายเยนอ่อนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
4) US 2Q10F Earnings Results(ส่วนใหญ่ดีกว่าคาด): สำหรับวันนี้ บจ.ที่อยู่ใน DOW
Component และตลาดให้ความสนใจ คือ Microsoft(MSFT), ส่วนบจ.อื่นๆที่น่าสนใจ ได้แก่
AT&T, Caterpillar, 3M, Nokia, American Express, Amazon ฯลฯ
5) China: The State Information Center คาดการณ์เศรษฐกิจจีนปีนี้จะเติบโต 9.5%
ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 30 ปี ถือว่าเป็นระดับที่เหมาะสม

3. SECTOR/STOCKS HIGHLIGHTS:
+ กลุ่มหลักทรัพย์ : Nomura ออกรายงานกลยุทธ์ เมื่อวันที่ 15/7/10 What if they had
a stock market but nobody traded? (IV) โดย Nomura แนะนำซื้อ หุ้นกลุ่มหลักทรรัพย์
ซึ่งราคาหุ้นปรับลดลงมากเมื่อเทียบกับตลาดรวม(Underperform) จนลงมาสู่ระดับที่น่าสนใจอีก
ครั้งในด้านปัจจัยพื้นฐาน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก Consumer Sentimentacross Asia ยัง
คงอยู๋ในระดับสูง และความสัมพันธ์ที่ผกผัน ระหว่าง กลุ่มหลักทรัพย์ทีจดทะเบียนในตลาดฯ กับ
Risk Indicator (คาด Risk Indicator ที่ปรับลดลง จะส่งผลบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์)
แนะนำเก็งกำไร KEST PHATRA ASP
(+) M&A ในอนาคต (BLS ASP SSEC SICCO) ผู้บริหาร BLS เผยว่า มีการหารือกับ
บริษัทหลักทรัพย์อื่นๆ เกี่ยวกับการควบรวมกิจการ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ อย่างไรก็
ตามยังไม่มี ข้อสรุป และยังไม่ต้องเร่งรีบดำเนินการ เรามีความเห็นสอดคล้องกับผู้บริหาร และ
เชื่อว่ามีโอกาสเกิดการซื้อหรือควบรวมกิจการในอนาคตระหว่างกลุ่ม บล. และประเด็น
ดังกล่าว จะเป็น Catalyst ต่อราคาหุ้นในอนาคต
(+) การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล (ASP PHATRA KEST) คาดว่า บล.ส่วนใหญ่จะจ่าย
เงินปันผลระหว่างกาลได้ตามนโยบายปันผลที่เกือบ 100% เหมือนในอดีต โดยคาดว่า บล.ที่มี
การจ่ายปันผลระหว่างกาล -ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง ได้แก่ ASP (คาด DPS 0.06
บาท Dividend yield 3.14%) PHATRA (DPS 0.60บาท Dividend yield 2.87% และ
KEST (คาด DPS 0.25 บาท Dividend yield 1.95%)
(+) แนวโน้มกำไร 2Q10 น่าจะดีขึ้นตามปริมาณการซื้อขาย ที่เพิ่มขึ้น และตลาดฯฟื้นตัว โดย
ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ 2Q10 เฉลี่ย/ต่อวัน อยู่ที่ 23,493.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.94%
q-q และ 8.14% y-y ส่วนระดับดัชนีฯเพิ่มขิ้น33.45% y-y และ 1.18% q-q ทำให้คาดว่ารายได้
จากพอร์ตลงทุนน่าจะมีกำไรตามสภาวะตลาดที่ฟื้นตัว
+ THCOM ADVANC DTAC TRUE: รมว.ICT เรียกประธานคณะกรรมการมาตรา
22 และคณะกรรมการคู่ขนานที่กระทรวงแต่งตั้งขึ้น เพื่อหาข้อสรปความเสียหายและความผิดที่มี
ในสัญญาของบริษัทไทยคม โดยจะไม่มีกรอบเวลาทำงานว่าจะให้เสร็จในวันไหน จากเดิมคาดว่า
จะแถลงผลสอบ 14 กค.นี้ / กทช.คาด รัฐจะสรุปการแปรสัญญาสัมปทานระบบ 2 Gได้ในวันที่
20 สค. และจะเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ได้ ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกย. (แนะนำ ซื้อ DTAC
ADVANC)
+ TTA ประกาศซื้อห้นคืน-ยกเลิกการออกหุ้นกู้แปลงสภาพบางส่วน จำนวน 10.5 ล้านดอลล์
สหรัฐฯ ซึ่งเมื่อรวมการซื้อคืนและยกเลิกหุ้นกู้แปลงสภาพที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้ง
หมดรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 66,900,000 ดอลลาร์มีผลทำให้มูลค่าหุ้นกู้แปลงสภาพคงค้างภายหลัง
การซื้อคืนและยกเลิกหุ้นกู้แปลงสภาพดังกล่าวเหลือเพียง 102,900,000ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา
ซึ่งทำให้เรามีกำไรจากขายหุ้นกู้แปลงสภาพครั้งนี้ประมาณ 11 ล้านบาท”
- กลุ่มโรงกลั่น (ST-Negative PTTAR IRPC TOP) : คาดผลการดำเนินงานจะ bottom-
out ใน 2Q10F และฟื้นตัวใน 2H10F เราประเมินหุ้น Hard commodity-linked stocks
อาจจะยังไม่โดดเด่นในช่วงนี้ เนื่องจากตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ที่อาจจะมีผลลบโดยตรงต่ออุปสงค์ของสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ตามเราคาดผลการดำเนินงาน
2Q10F น่าจะเป็นไตรมาสที่ต่ำสุดในรอบปีนี้ (bottom-out) และคาดจะเห็นการฟื้นตัวของผล
การดำเนินงานตั้งแต่ 2H10F (คาดจะมีการ reverse การด้อยค่าของมูลค่าสินค้าคงคลังกลับมา
ใน 3Q10F เมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น) ดังนั้นในช่วงระยะเวลาที่เลวร้ายที่สุดในช่วง
นี้ อาจเป็นจังหวะการลงทุนที่ดี โดยเรายังคงคำแนะนำ BUY หุ้น PTTAR (คาดจะอยู่รอดได้
เนื่องจากมี cash cost ต่ำราว US$2.2/บาร์เรล และความต้องการใช้สินค้าขั้นต่อเนื่องและขั้น
ปลายของ BZ และ PX ยังแข็งแกร่งในระยะยาว) และ NEUTRAL หุ้น IRPC (โครงการปรับ
ปรุงประสิทธิภาพการผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ คาดจะต้องกินระยะเวลานานกว่าที่
จะรับรู้ผลบวกจากโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่) อนึ่งเรามีแนวโน้มที่จะปรับลดประมาณการกำไร
สุทธิปี 2010F เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงาน 2Q10F ที่ตกต่ำ (จะมีการUpdate เพิ่มเติมหลัง
Company Visit ปลายสัปดาห์นี้ ) และคาดจะมีการ roll-over มูลค่าพื้นฐาน (TP) ไปปี 2011F
+BJC สนใจเข้าประมูลซื้อกิจการ คาร์ฟูร์ เพื่อต่อยอดธุรกิจอุปโภคบริโภค
-BECL ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโตเพียง 2% จากเดิม 3-3.5% หลังครี่งแรกเติบโตไม่ถึง 1%





Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1127
mod_vvisit_counterAll days1127

We have: 1125 guests online
Your IP: 216.73.216.150
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 15, 2026

4320496