| แนวโน้มตลาด - บล.ฟิลลิป |
|
| Tuesday, 04 October 2011 11:31 | |||
|
กลยุทธ์การลงทุน: Wait & See
แนวโน้มตลาดวันนี้: ลดลงตามแรงกดดันภายนอก 850-830 ภาพรวมตลาดยังเผชิญแรงกดดันภายนอกเรื่องปัญหาหนี้สินของกรีซ ขณะที่กรีซ ระบุว่าจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณในปีนี้และปีหน้า ซึ่งอาจ จำกัดความสามารถของกรีซในการขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม ท่ามกลางความวิตก เรื่องผลกระทบต่อสถาบันการเงินรายใหญ่ในยุโรปที่จะเผชิญความเสี่ยงการล้มละลาย กดดันดัชนีหุ้นทั่วโลกดิ่งลงอย่างหนักต่อเนื่อง ในวันนี SETI จึงยังมีแนวโน้มข้างอ่อนตัว ได้ต่อจากความกังวลที่ท่วมท้นตลาด แต่การอ่อนตัวลงของ SETI ที่มากกว่าตลาดอื่น วานนี้และต่างชาติยังอยู่ข้างซื้อสุทธิเล็กน้อย รวมถึงหุ้นไทยที่เริ่มเข้าสู่ภาวะขายมาก เกินไปน่าจะมีส่วนช่วยประคองการอ่อนตัว และมีโอกาสหยุดพักได้แถว 850-830 จุด
กลยุทธ์การลงทุน: ระยะสั้นเน้น Wait & See ต่อไปก่อน
แนวต้าน : 880-890 แนวรับ : 850-830
ปัจจัยเด่นวันนี้ + นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 395.78 ล้านบาทเมื่อวานนี้ - ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลง 258.08 จุด มาที่ 10,655.30 จุด ในวันจันทร์ สู่ระดับต่ำสุด ในรอบ 13 เดือน ท่ามกลางการซื้อขาย ที่หนาแน่น ขณะที่นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่ม ธนาคารจากความวิตกที่ว่าวิกฤติการเงินที่ยำแย่ของกรีซอาจทำให้สถาบันการเงินรายใหญ่ ของยุโรปล้มละลาย - ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดดิ่งลง 1.59 ดอลลาร์ มาที่ 77.61 ดอลลาร์/บาร์เรล ในวันจันทร์ จากความกังวล เรื่องกรีซอาจผิดนัดชำระหนี้ บดบัง ตัวเลขเศรษฐกิจในทางบวกของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขภาคการผลิต, ภาคก่อสร้าง และยอดขายยานพาหนะใหม่ - กท.พาณิชย์แถลงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือน ก.ย. ของไทยเพิ่มขึ้น 4.03% สูงกว่า ที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 3.95% ขณะที่ดัชนี ราคาผู้บริโภคพื้นฐานเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 2.92% สูงกว่าคาดที่ 2.81% โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ เงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 3.75% และเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.21% - โพล ม.กรุงเทพ เผยผลสำรวจความเห็น “นักเศรษฐศาสตร์” คาดทิศทางเศรษฐกิจ ไทยอีก 3-6 เดือนข้างหน้าแนวโน้ม ทรุดต่อเนื่อง โดยเป็นผลจากปัจจัยภายนอก ที่ย่ำแย่ลง พร้อมระบุการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ การส่งออกสินค้า และ การท่องเที่ยวจากต่างประเทศยังคงอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง ขณะที่ปัจจัยการบริโภค ภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน อยู่ในสถานะที่อ่อนแอ - มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือด้านเงินฝากสกุล เงินบาทของ KTB สู่ Baa1/Prime-2 โดยมีแนวโน้มเชิงลบ จากเดิมที่ A3/Prime-1 ซึ่งแนวโน้มมีเสถียรภาพ (เป็นลบกับ KTB) 0 ตลาดหุ้นจีนปิดทำการระหว่างวันที่ 3-7 ต.ค. เนื่องในวันชาติ
โดย บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่ 4 ต.ค. 2554
สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ www.poems.in.th หรือติดต่อได้ที่ 02 635 1700 ต่อ 486 ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์
|
Comments