| รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง |
|
| Tuesday, 09 June 2015 10:02 | |||
|
รอบด้านตลาดหุ้น
Short term rebound (ต่อ)
วันนี้คาดดัชนีฯ ย่อสลับดีด แนวรับ 1,500 จุด แนวต้าน 1,520 จุด ระยะสัปดาห์คาดรีบาวด์ แนวต้าน 1,520 จุด แนวรับ 1,490 จุด กลยุทธ์ แนะเลือกซื้อหุ้นเล่นเด้งโดยใช้เงินจำกัดหรือเล่นเร็ว กลุ่มเด่น ได้แก่ แบงก์ คาด Cover short กนง.ไม่ลดดอกเบี้ย, พลังงานทดแทนเน้นกลุ่ม wind farm พพ. คาดประมูล PPA ใหม่ มิย.-กค.นี้, รับเหมา และหุ้นหรือหน่วยลงทุนปันผลสูง รายเดือน มิย. คาดแนวรับ 1,460/1,450 จุด แนวต้าน 1,520 จุด คาดกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น ปิโตรฯ แบงก์ บ้าน อ่อนกว่าตลาด และแนะนำล็อกกำไรกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไว้บ้างตอนที่ขึ้นรับข่าวบาทอ่อน (อิงดัชนีคำสั่งซื้อสินค้าชิ้นส่วนฯเริ่มพบสัญญาณ Peak out) ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดฯ (+/-)IMF ยืดเส้นตาย ให้กรีซไปจ่ายหนี้รวดเดียวสิ้นเดือนนี้ รวบยอด 1.6 พันล้านยูโร ต้องรอดูทางแก้ในการประชุม EU 18 มิย.นี้ หลัง ECB ส่งสัญญาณอุ้มหนี้กรีซเมื่อการประชุม 3 มิย.ที่ผ่านมา, (*)คาด กนง.คงดอกเบี้ย 10 มิย.นี้, (-)Flows นลท.ต่างชาติยังคงขายหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง
หุ้นแนะนำ DEMCO VGI CPF
BLS รายงานพื้นฐานวันนี้ (ดูรายละเอียดฉบับเต็ม) (*) +KTB / -BBL KBANK SCB: มูดี้สลดเครดิตเงินฝากสกุลเงินในประเทศของ KBANK SCB ลงและลด เครดิต Senior unsecured debt หรือ หนี้สกุลเงินต่างประเทศของ BBL KBANK SCB ลง และประกาศคงคงอันดับเครดิตฯ ของ KTB ไว้ที่เดิม (+) CPF เยี่ยมชม CP กัมพูชา (CPC) เรามีมุมมองเป็นบวกมากขึ้น คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 35 บาท คาดความเป็นเจ้าตลาดของ CPC จะหนุนให้ผลการดำเนินงานในอนาคตเติบโตก้าวประโดด (ส่วนแบ่งตลาดสุกรในกัมพูชาอยู่ที่ 30% ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง เบทาโกรที่ 5% อยู่มาก) และ เราคงคาดว่าธุรกิจ หมู ไก่ กุ้ง ทั้งในและต่างประเทศ จะ Turn around ในปีหน้า โดยเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ครึ่งหลังปีนี้เป็นต้นไป มองว่าราคาหุ้นที่นิ่งๆในตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มสะสมซื้อ เพื่อดักรอผลการดำเนินงานที่กำลังจะผ่านจุดต่ำสุด และดีขึ้นต่อเนื่องในปีหน้า
หุ้นมีข่าว (+) DEMCO ปิดดีลซื้อหุ้น วินด์ เอนเนอยี่ (WEH) บจ.-กองทุน ตปท. แย่งชิง คาดสรุปภายในเดือน มิย.นี้ TSE ร่วมชิง ด้าน SUPER รับสนใจ (ที่มา กรุงเทพธุรกิจ) / คาดข่าวนี้เป็นบวกต่อ DEMCO เพราะการเข้ามาของกลุ่มทุนใหม่จะลดความกังวลต่อการใส่เงินเพิ่มทุนใน WEH และการลดสัดส่วนของ “นพพร” ลง คาดแบงก์กลับมาปล่อยสินเชื่ออีกครั้งหนุนให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ (+) กลุ่มแบงก์คาดมีรีบาวด์ จากแรงซื้อคืน Cover short เพราะคาด กนง.ไม่ลดดอกเบี้ยในการประชุม 10 มิย. (*) 10 มิย.นี้ ลุ้น คจร. สรุปย้ายไม่ย้าย แนวสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม / ถ้าไม่ย้ายคาดลงมือสร้างได้เร็ว เป็นบวกต่อ UNIQ SEAFCO (+) IFEC DEMCO SUPER GUNKUL กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ (พพ.) อยู่ระหว่างเตรียมประมูลรับซื้อไฟรูปแบบ Feed in tariff bidding (มิย.-กค.) สำหรับพลังงานทดแทน (ยกเว้นแสงอาทิตย์) ที่จะเปลี่ยนเกณฑ์ตามความพร้อมในการผลิต จากเดิมที่ให้สิทธ์คนมาขอก่อนได้ก่อน ซึ่งทำให้เกิดปัญหาคนมาขอแล้วไม่สร้าง / เราคาดคนที่มีสายส่งพร้อม, ได้ LOI แล้ว ฯลฯ คือ IFEC ได้ประโยชน์สุด ขณะที่ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพรายอื่นได้แก่ ได้แก่ DEMCO SUPER GUNKUL EA ยกเว้นกลุ่มไฟฟ้าชีวมวล เราคาดว่าจะล่าช้ากว่าเพราะใช้เวลาก่อสร้างนาน ขณะที่สายส่งไฟฟ้าไม่พอรองรับ (+) หุ้นติดโผ SET50 BLA TPIPL WHA SUPER ITD BA SAWAD ส่วน MTLS ติดโผ SET100
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด (*) เลือกผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ 16 มิย. (+) เมื่อวานสรุปรายงานประชุม G7 สมาชิก EU แสดงท่าทีอุ้มหนี้กรีซ และแสดงจุดยืนความเป็นปึกแผ่นของกลุ่ม EU (+/-) เมื่อวานตัวเลขส่งออก (พค.) จีน ติดลบเพียง -2.5% ดีกว่าตลาดคาดที่ -4.4% จาก -6.4% y-y แต่โบรกเกอร์ต่างชาติได้ปรับลด GDP จีนลงเหลือ 6.8% จาก 7% (-) เมื่อเช้า จีนรายงานเงินเฟ้อ (พค.) -1.2% จากคาด +1.3% เดือนก่อน +1.5%y-y (0) อังคาร US whole sale inventory (เมย.) คาด +0.2% จาก 0.1% m-m, EU area GDP 1Q15 2nd คาด +0.4% คงที่ (+) พุธ คาด กนง.คงดอกเบี้ยที่ 1.50%, ฟิลิปปินส์ คาด ส่งออก โตแรง +10.9% จาก +2.1% y-y (+) พฤหัส คาดเกาหลีใต้ลดดอกเบี้ย เหลือ 1.50% จาก 1.75% US retail sales (พค.) คาด +1.1% จาก 0% (+) ศุกร์ US core PPI (พค.) คาด +0.1% จาก -0.2% m-m, EU area Industrial production (เมย.)คาด 0.4% จาก -0.3% m-m
วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336 นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด
ความเสี่ยงสูงสุดคือ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดสหรัฐ ประธานธนาคารเครดิตสวิสแบงค์ประเมินความเสี่ยงการลงทุนขณะนี้คือ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดสหรัฐในปีนี้ สอดคล้องกับนักกลยุทธ์ค่าย Goldman Sachs ที่มองว่าค่าพีอีของ S&P-500 จะปรับตัวลงเฉลี่ย 7.2% จากสถิติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในอดีต 12 ครั้งที่ผ่านมา การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลให้นักลงทุนยอมจ่ายซื้อราคาหุ้นที่ค่าพีอีต่ำลง เนื่องจากการขยายตัวของกำไรอยู่ในอัตราถดถอย และ ผลตอบแทนหุ้นลด ขณะที่นักลงทุนจะพิจารณาอัตราขยายตัวกำไร กับราคาหุ้น ดังนั้น ค่าพีอีของหุ้นจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติจากเดิมที่ซื้อขายสูงกว่าปกติจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ คาดหวังผลตอบแทนน้อย (Bloomberg)
ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนเบาหวิว เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ายังฝากหวังนโยบายรัฐหนุน สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนใน 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลง เหตุปัจจัยเศรษฐกิจที่ชะลอตัวกดดัน ประเมินจีดีพีโต 3.5% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจแล้ว ขณะที่ผู้บริหารกองทุน บลจ.วรรณ คาด กนง.คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม 10 มิ.ย.นี้ จับตาทางออกการเมือง ชี้รวมตลาด เออีซี กำลังการลงทุนในตลาดหุ้นจะมีมากขึ้นส่งผลดีตลาดหุ้นไทย (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง)
'นิด้า'แนะกนง.คงดอกเบี้ยที่ 1.5% รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร MPA สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือ MPA NIDA เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอยู่ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยไม่มีผลต่อการกระตุ้นการลงทุน เนื่องจากการบริโภคค่อนข้างซบเซา โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังติดลบ 5 เดือนติดต่อกันตั้งแต่ต้นปีจากร้อยละ -.04 ในเดือนมกราคม ปรับเพิ่มมาเป็น -1.3 ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จึงอาจกล่าวได้ว่าสภาวะดังกล่าวมีความสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายภาวะเงินฝืด (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง)
สหพัฒน์เชื่อครึ่งปีหลังไม่ฟื้น ปัจจัยลบฉุดลงทุนต่าสุดรอบ 6 ปี นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคของไทยในช่วงครึ่งปีหลังว่าจะยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เศรษฐกิจในหลายประเทศอยู่ระหว่างการเปลี่ยนถ่าย ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)
'กรุงไทย' ให้กู้ 3 พันล้านบาท ลงทุนขนส่ง-ระบบน้ำ ประกาศกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงไทยได้ปล่อยกู้ให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) วงเงิน 3,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในโครงการซ่อมสร้างถนนทั่วประเทศ และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ โดยเป็นเงินกู้ก้อนแรกในวงเงินลงทุน 7.8 หมื่นล้านบาท (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)
สแตนชาร์ตเชื่อไทยโตฉิว 4.1% มั่นใจลงทุนรัฐหนุน-ส่งออกฟื้น สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ประเมินเศรษฐกิจพุ่งจากลงทุนภาครัฐ ส่งออก และเอฟดีไอ แนะเร่งพัฒนาระบบรางรองรับจีน-ญี่ปุ่น น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ได้ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยเหลือ 4.1% จากเดิม 6% ซึ่งอัตราเติบโตใหม่ถือว่ายังสูงเมื่อเทียบกับสำนักอื่น เนื่องจากมองว่าในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ถึง 4.5% (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)
ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ Tel. (662) 618-1330-1 นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 9 มิ.ย. 2558
|
Comments