Error
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะหุ้น 15/12/52
Print
Tuesday, 15 December 2009 09:49

บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/12/52

กลยุทธ์การลงทุน
ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับด้านบวก หลังอาบูดาบียอมให้ความช่วยเหลือให้ดูไบ 1 หมื่นล้าน
เหรียญฯ
คาดเฟดคงดอกเบี้ยนโยบายที่เดิม กดดัน Dollar Index และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทรง
ตัว
คาดดัชนีมีโอกาสยังแกว่งเชิงบวกต่อเนื่องไปที่ 715-718 จุด แนะนำ PTTEP, BCP

ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับด้านบวก หลังอาบูดาบียอมให้ความช่วยเหลือให้ดูไบ 1 หมื่นล้าน
เหรียญฯ  
ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับด้านบวก ภายหลังจากบ่ายวานนี้รัฐอาบูดาบี ซึ่งเป็น 1 ใน 7 รัฐ
ของ UAE ยินยอมให้ความช่วยเหลือแก่รัฐดูไบ  จำนวน 1 หมื่นล้านเหรียญฯ เพื่อชำระเงินกู้ที่
ครบกำหนด (กู้อิสลาม) ที่ครบกำหนด 14 ธ.ค. 2552 จำนวน 3.52 พันล้านเหรียญฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่
เหนือความคาดหมาย ทั้งนี้ตลาดหุ้นโลกได้ถูกกดดันมาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับ
จากบริษัท นาคีล ซึ่งเป็นบริษัทลูกของดูไบเวิลด์   ประกาศพักชำระหนี้เมื่อ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา ใน
วงเงิน 2.6 หมื่นล้านเหรียญฯ โดยเฉพาะเจ้าหนี้หลัก ซึ่งเป็นสถาบันการเงินต่างประเทศ ในแถบ
ยุโรป เช่น สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์, เอชเอสบีซี, ลอยด์ และ รอยัล แบงค์ ออฟ สก็อตแลนด์ ได้ถูก
สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในต่างประเทศหลายแห่งทยอยปรับลดอันดับลง รวมถึงความ
กังวลต่อผลกระทบคู่ค้าหลักของ UAE เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรป (เยอรมัน และ
ตุรกี) น่าจะผ่อนคลายลง โดยสรุปแนวทางการช่วยเหลือของรัฐบาล UAE ในลักษณะนี้ น่าจะช่วย
กระตุ้นความเชื่อมั่นต่อตลาดเงินและตลาดหุ้นทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังต้องติดตาม
แนวทางการแก้ปัญหาโครงสร้างหนี้ของบริษัท นาคีล ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ว่าบริษัทจะสามารถฟื้น
ตัว กลับมามีฐานะการเงินที่เข็มแข็งได้หรือไม่   

คาดเฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำ กดดัน Dollar Index และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทรงตัว
แม้การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น ภาคแรงงาน
และยอดค้าปลีก ออกมาจะดีกว่าตลาดคาดไว้มาก  และหนุนให้ Dollar Index แข็งค่าขึ้นทำสถิติ
สูงสุดใหม่ในรอบ 1 เดือนเศษที่ 76.7 จุด แต่คาดว่าการประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐ
(FED) ในวันที่ 15-16 ธ.ค. นี้ เฟดจะยังคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปที่ 0-0.25% ต่อไป  
เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป น่าจะกดดันให้ Dollar
Index เริ่มทรงตัว ถึงอ่อนค่าอีกครั้ง (หลังจากแข็งค่ากว่า 3% ในรอบ 2 สัปดาห์)  โดยล่าสุด
Dollar Index เริ่มอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 76.35 จุด และคาดว่าจะมีแนวโน้มอ่อนค่าสู่แนวรับระยะสั้น
ที่ 76.0-75.90 หนุนให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์แกว่งตัว ล่าสุดราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า (ไนเม็กส์)
ทรงตัวอยู่ที่ 69.55 เหรียญฯต่อบาเรลล์ (หลังจากที่ลดลงถึง 11% ใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา) เช่น
เดียวกับราคาน้ำมันดิบดูไบทรงตัวใกล้เคียง 70 เหรียญฯต่อบาเรลล์ ฝ่ายวิจัยยังคงมีมุมมองเชิง
บวกต่อราคาน้ำมันในระยะยาว โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบปี 2553 จะอยู่ที่ระดับ 75 เหรียญฯต่อ
บาเรลล์ จึงยังแนะนำทยอยสะสมหุ้นน้ำมัน ผู้ผลิตสำรวจปิโตรเลี่ยม (PTTEP, PTT) เพราะเชื่อว่า
ราคาหุ้นขณะนี้ได้สะท้อนปัญหามาบตาพุด ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ความคืบหน้าของการแก้ไข
ปัญหา HIA น่าจะช่วยให้หุ้น PTT กลับมา Outperform ตลาดได้ โดยเฉพาะช่วงเดือน ม.ค.
2553 ที่คาดว่าจะเกิด January Effects เหมือนเช่นทุกๆ ปี รวมทั้งหุ้นโรงกลั่น (TOP, BCP)  
ที่กำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้นของธุรกิจโรงกลั่น คือตั้งแต่ ธ.ค. 2552 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2553 โดยวานนี้
ค่า GRM เคลื่อนไหวในกรอบ 5-6 เหรียญฯต่อบาเรลล์ และคาดว่าจะทรงตัวในระดับนี้ต่อเนื่อง
ถึง 2 เดือนแรกของปี 2553 ซึ่งเป็นผลของฤดูกาล ทั้งนี้นับว่าสอดคล้องกับผู้บริหารของ TOP ที่
เชื่อมั่นว่าค่าการกลั่นในปี 2553 จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากความต้องการโลกที่เพิ่มขึ้นตามการ
ฟื้นตัวโลก

คาดดัชนีมีโอกาสยังแกว่งเชิงบวกต่อเนื่องไปที่ 715-718 จุด แนะนำ PTTEP, BCP
คาดตลาดหุ้นยังมีโอกาสเดินหน้าต่อ หลังคลายความกังวลต่อปัญหาการเงินในดูไบ โดย
คาดว่าจะแกว่งตัวเชิงบวกในกรอบ 710-715 จุด เนื่องจากในช่วงครึ่งหลังของเดือน ธ.ค. ยังมี
แรงซื้อของนักลงทุนรายบุคคลธรรมดาผ่านกองทุน LTF และ RMF เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทาง
ภาษีฯ ก่อนสิ้นปี 2552 รวมถึงการทำ Window Dressing ซึ่งจากสถิติในอดีตมักเห็นแรงซื้อเข้า
มามากในช่วงก่อนสิ้นปีราว 2 สัปดาห์ กลยุทธ์การลงทุนยังให้น้ำหนักหุ้น 40% เช่นเดิม โดยยัง
แนะนำหุ้นใหญ่ที่ปรับตัวลดลงแรง ๆ โดยเฉพาะหุ้นน้ำมัน ทั้ง PTT, PTTEP รวมทั้งกลุ่มโรงกลั่น
ทั้ง TOP และ BCP ที่ค่าการกลั่น (GRM) กำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้น ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังชื่นชอบหุ้น  
BCP มากที่สุด เพราะคาดว่ายังจะเป็น 1 ใน 3 บริษัทที่จะถูกคัดเลือกเข้าสู่ SET50 (แทนหุ้น
เดิมที่จะถูกคัดออกคือ  MBK, CCET และ ITD  ซึ่งคาดว่าตลาดฯ น่าจะประกาศรายชื่อกลาง
เดือน ธ.ค. นี้ เพื่อใช้ในงวด 1H53) แล้ว ยังจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้อีกหุ้นละ 1 บาทในงวด
2H52 หลังจากจ่ายไปแล้วหุ้นละ 1 บาทในงวด 1H52   

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment