|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 15/12/52
|
|
|
|
|
Tuesday, 15 December 2009 09:50 |
|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/12/52
ถ้าตลาดปรับพักตัวลง ถือเป็นจังหวะทยอยเข้าซื้อ... กลยุทธ์วันนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกวานนี้ได้รับแรงบวกจากข่าวการรับเงินช่วย เหลือของดูไบ ทำให้นักลงทุนคลายกังวลต่อการผิดนัดชำระหนี้ของดูไบลงไปได้ บ้าง นอกจากนี้แผนการชำระเงินช่วยเหลือคืนแก่รัฐบาลของซิตี้กรุ๊ป และแบงก์ ออฟ อเมริกา รวมถึงข่าวการควบรวมของเอ็กซอน โมบิล ก็ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนัก ลงทุนด้วย ทำให้ FSS ยังคาดว่า SET ในช่วงเดือนนี้ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้ามีสิทธิที่จะ เป็นช่วงแกว่งตัวบวกขึ้นต่อเนื่องได้อยู่ โดยช่วงนี้เราก็เริ่มเห็นเม็ดเงินจาก LTF และ RMF ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องซึ่งน่าจะช่วยผลักดันให้ตลาดขึ้นต่อไป รวมทั้งจากการดู ข้อมูลทางสถิติในรอบ 22 ปีที่ผ่านมาของตลาดหุ้นไทยคาดว่ามีโอกาสเกิด January effect คือมีแรงซื้อในช่วงเดือน ม.ค.53 ต่อได้ด้วย และจากการศึกษาของฝ่าย กลยุทธ์ FSS พบว่าการลงทุนใน SET ช่วงท้ายปีแบบนี้ ช่วงที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด คือการซื้อในช่วงกลางเดือน ธ.ค. และขายกลางเดือน ม.ค. ซึ่งเราพบว่าให้ผลตอบ แทนเฉลี่ยถึง 10% อย่างไรก็ตามระยะสั้นๆ ตลาดมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนได้ ดังนั้น สามารถรอซื้อเมื่อ SET อ่อนตัว โดยหุ้นที่น่าสนใจยังคงแนะนำ BAY, BCP, DCC, IRPC, MCOT, QH, PTT, TVO
ประเด็นสำคัญวันนี้ วานนี้รัฐบาลดูไบได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐอาบูดาบีเป็นจำนวน US$1 หมื่นล้านเพื่อนำไปชำระเจ้าหนี้หุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระเมื่อวานนี้ US$4.1 พันล้าน (มี Grace period 14 วัน ดังนั้น ยืดการชำระได้จนถึง 28 ธ.ค. นี้) ส่วนที่เหลือจะนำไป ชำระดอกเบี้ยเงินกู้ และสำรองไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียนไปจนถึงเดือน เม.ย. ปีหน้า ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ความวิตกเฉพาะหน้าบรรเทาลง CDS Rate ของ Dubai ลดลง ทันที 93bps มาอยู่ที่ 364bps ในปัจจุบัน (และลดลง 181bps จาก Peak ในช่วง ปลายเดือน พ.ย.) ขณะที่ตลาดหุ้นดูไบก็ปรับขึ้นถึง 10% เป็นอัตราการปรับขึ้นที่แรงที่ สุดในรอบ 14 เดือน อย่างไรก็ตาม ปัญหายังไม่จบเพียงเท่านี้ คำถามที่ตามมาคือ เงิน US$1 หมื่นล้านที่อาบูดาบีให้นั้น เป็นเงินให้เปล่า หรือเป็นเงินกู้ และมีเงื่อนไข อย่างไร ยังไม่เป็นที่เปิดเผย ขณะเดียวกัน Dubai World ก็ยังมีหนี้อีก US$2.6 พัน ล้านที่จะต้องเร่งปรับโครงสร้าง และอีก US$3.5 พันล้านที่จะทยอยครบกำหนดใน 2 – 3 ปีข้างหน้า อย่างน้อยข่าวดีของ Dubai World ก็ทำให้ Dow Jones บวก 29 จุด ตลาด หุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นกันถ้วนหน้าเฉลี่ยเกือบ 1% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค เอเชียที่รีบาวน์ดในช่วงบ่ายวานนี้ และส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย 0.1% โดย Dollar index ลดลงมาอยู่ที่ 76.507 จุด และเช้านี้ยังอ่อนค่าต่อ ความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักกับตลาดหุ้น อย่างมากในสัปดาห์นี้ วันนี้ Fed ประชุมวันแรก หาก Fed ยังย้ำว่าเศรษฐกิจอ่อนแอ และยังตรึงดอกเบี้ยในระดับต่ำอีกนาน ค่าเงินดอลลาร์ก็จะกลับมาอ่อนค่า ซึ่งดีต่อ ตลาดหุ้นและโภคภัณฑ์ (Fed ประชุม 2 วัน – อังคารและพุธ) ดอลลาร์ที่อ่อนค่าเมื่อวานส่งผลให้ราคาทองคำปรับขึ้น US$3.9 มาปิดที่ US$1,123 แต่ราคาน้ำมันกลับร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 9 จากความกังวลเรื่องอุปสงค์ ที่ซบเซาและอุปทานที่ยังสูง แม้ว่าราคาน้ำมันจะลดลงต่อเนื่องในช่วงนี้แต่ตลาดก็ คาดการณ์ว่า OPEC จะยังคงเป้าหมายการผลิตเท่าเดิมในการประชุมวันที่ 22 ธ.ค. นี้ ขณะที่ตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบที่ EIA จะรายงานพรุ่งนี้ ตลาดคาดว่าอาจลดลง 2 ล้าน บาร์เรล ซึ่งถ้าเป็นจริงหรือลดลงมากกว่าคาด ราคาน้ำมันก็อาจดีดตัวขึ้นได้ ค่าระวางเรือ (BDI) ลดลงต่อเนื่อง 49 จุด ปิดที่ 3,530 จุด ธุรกิจสื่อของไทย: เม็ดเงินโฆษณาเดือน พ.ย. ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องโดย เพิ่มขึ้น 1.4% M-M และ 8.3% Y-Y เป็น 8,437 ล้านบาท แต่เม็ดเงินโฆษณางวด 11 เดือนแรกยังหดตัว 0.5% Y-Y จากผลของเศรษฐกิจที่ตกต่ำในช่วงครึ่งปีแรก สัญญาณที่ดีคือการที่ Unilever ซึ่งเป็นผู้ใช้จ่ายโฆษณามากที่สุดเพิ่มการใช้จ่ายต่อ เนื่อง ในบรรดาสื่อทั้งหมด สื่อ TV เพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ในอัตรา 11.8% Y-Y เม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้นทุกช่องถ้วนหน้ายกเว้นช่อง 11 ที่เพิ่มมากสุดคือช่อง 9 (+18.9% Y-Y) รองลงมาคือ ช่อง 7 (+13.4% Y-Y) ช่อง 5 (+12.4% Y-Y) และช่อง 3 (+10.2% Y-Y) ธุรกิจโฆษณามีความสัมพันธ์สูงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และไตร มาส 4 เป็น High season ของธุรกิจ เราจึงแนะนำ MCOT (ราคาเป้าหมาย 28.50 บาท) รมว.คลัง เตรียมเสนอมาตรการต่ออายุ 5 มาตรการบรรเทาความเดือดร้อน ให้ ครม. พิจารณาวันนี้ อาจมีข่าวดีที่มาตรการช่วยเหลือได้ต่ออายุ (ดีต่อหุ้นที่เกี่ยว ข้องกับการบริโภคในประเทศ เช่นค้าปลีก) แต่คาดว่าอาจมีการปรับเงื่อนไข และไม่ น่าต่ออายุเกิน 6 เดือน THANA หรือ บมจ.ธนาสิริกรุ๊ป จะเริ่มซื้อขายในตลาด MAI วันที่ 15 ธ.ค. เป็นต้นไป ราคา IPO 1.75 บาท ผู้จัดจำหน่ายคือ ASP
Technical View : “ดัชนีผ่าน 703 จุดได้สำเร็จ ทำให้ยังมีสิทธิแกว่งอยู่ใน กรอบ 700-718 จุดอยู่ก่อนได้จึงยังสามารถเข้าเทรดดิ้งต่อเนื่อง แต่ต้องผ่าน 714 จุด ก่อนถึงจะลุ้นทำกำไรแถว 718 จุด และพยายามรับตอนปรับตัวลงเท่านั้น...” แนวรับ : 706** , 702-700*** แนวต้าน : 714** , 718***
Technical Picks: TRUE (Bt 3.06 เป้าเทคนิค 3.30 cut loss ถ้าหลุด 3.02) PLE (Bt 1.40 เป้าเทคนิค 1.53 cut loss ถ้าหลุด 1.38) VNG (Bt 2.50 เป้าเทคนิค 2.80 cut loss ถ้าหลุด 2.30)
|
Comments