Error
บล.กิมเอ็ง: รายงานภาวะตลาดหุ้น 03/02/53
Print
Wednesday, 03 February 2010 10:21

บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 03/02/53

ประเมินแนวโน้มตลาด
           ตลาดหุ้นไทยดูเหมือนจะถูกสะกดนิ่งไว้บนความกังวลจากปัจจัยโดยรอบ ทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปในลักษณะแกว่งตัวลง โดยมีมูลค่าการซื้อขายลดลงอย่างต่อเนื่อง เรามองว่าสัญญาณดังกล่าวค่อนข้างน่าเป็นห่วง ไม่ว่าภาวะตลาดจะฟื้นตัวดีขึ้นในอนาคต หรืออาจแย่ลงไปอีก แต่สิ่งสำคัญที่นักลงทุนควรทำในตอนนี้คือการอดทนรอสัญญาณการกลับตัวของตลาด และเราเชื่อว่าเมื่อภาวะตลาดเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น จะมีเม็ดเงินจำนวนมากไหลกลับเข้าลงทุนในหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานดี กำไรมีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่ง และจ่ายเงินปันผลตอบแทนในระดับสูง เช่น KBANK, HANA, และ BSBM ซึ่งถือเป็นหุ้นที่นักลงทุนอาจค่อยๆ ทยอยสะสมในช่วงที่ตลาดกำลังปรับฐานในเวลานี้
              ความกล้าของนักลงทุนเริ่มลดลง: มูลค่าการซื้อขายโดยรวมของตลาดหุ้นไทยลดลงเหลือ 13,604 ล้านบาทวานนี้ แม้ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดมาก แต่นักลงทุนยังคงกังวลกับปัญหาการเมืองในประเทศ และเลือกที่จะชะลอการลงทุนมากกว่า เราเองไม่กล้ายืนยันกับนักลงทุนว่าปัญหาการเมืองจะคลี่คลายเมื่อใด ทั้งนี้เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจยังพอทำนายได้ แต่ผลลัพธ์ทางการเมืองทำนายยากมาก อย่างน้อยเรารู้สึกใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นนักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิต่ออีก 327 ล้านบาทวานนี้ แม้นักลงทุนต่างประเทศ และพอร์ทโบรกเกอร์จะขายสุทธิ 184 ล้านบาท และ 408 ล้านบาทตามลำดับ
              ตัวเลขการทำสัญญาขายบ้านรอปิดการขายที่ดีตามคาดช่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ : ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น 111.39 จุด หรือ 1.09% เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังตัวเลขยอดขายบ้านออกมาดีตามที่ตลาดคาดไว้ สถาบันอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติรายงานตัวเลขการทำสัญญาขายบ้านรอปิดการขายปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากตัวเลขสถิติ 9 ใน 10 เดือน หลังผู้บริโภคเร่งทำสัญญาซื้อบ้านก่อนที่มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับบ้านหลังแรกจะหมดอายุลงในเร็วๆ นี้ ปัจจัยบวกดังกล่าวส่งผลให้ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้นในระดับเลขสามหลักเป็นวันที่สองติดต่อกัน และเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดในรอบ 3 เดือน เราเชื่อว่าตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในไตรมาส 4/52 กว่า 5.7% ที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ และตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ประกาศเมื่อคืนวันจันทร์ก็เป็นอีกปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ด้วย นอกจากนี้เราพบว่าดัชนี S&P500 และ Nasdaq ก็ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งกว่า 1.30% และ 0.87% เช่นกัน
               ค่าเงิน US dollar อ่อนตัวลง ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น: ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาดช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้ฟื้นคืนมาอีกครั้ง ทำให้มีการดึงเม็ดเงินกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และส่งผลให้ค่าเงิน US Dollar เทียบยูโร และเยนอ่อนตัวลง ขณะที่ค่าเงิน US dollar เทียบปอนด์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เราพบว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนมีนาคมปรับตัวขึ้น 2.80 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 77.23 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนเมษายนปรับตัวขึ้น 13.10 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,117.40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์

แนวการลงทุน:
             เราคงสัดส่วนการถือครองหุ้นที่ระดับ 70%

สัดส่วนลงทุน
           หุ้น = 70%
           เงินสด = 30%

หุ้นแนะนำ
           กลุ่มพลังงาน : PTT, PTTEP, BANPU, PTTAR, IRPC
           กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : BBL, KBANK, TCAP, KTB
           กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ : SPALI, AP, LPN, QH
            กลุ่มวัสดุก่อสร้าง : SCC, TASCO, DCC, SSI
           กลุ่มสื่อสาร : ADVANC, DTAC
            กลุ่มอิเล็คโทรนิคส์ : HANA
             กลุ่มเดินเรือ : TTA
            กลุ่มอื่นๆ : CPF, TPC, TVO, AIT, MAJOR    
    

Written by :
platoo
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment