Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะหุ้น 01/02/53
บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะหุ้น 01/02/53 PDF Print E-mail
Monday, 01 February 2010 10:59

บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 01/02/53

แนวโน้มตลาดวันนี้
เราเชื่อว่านักลงทุนในตลาดหุ้นไทยจะเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น หลังธนาคาร
แห่งประเทศไทยประกาศตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือนธันวาคมออกมาดีกว่าคาดมาก
ขณะที่ตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในไตรมาส 4/52 ซึ่ง
ประกาศเมื่อวันศุกร์ก็ออกมาสูงถึง 5.7% แม้ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องใน
วันนี้ แต่เรามองว่าปัญหาการเมืองในประเทศจะยังเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อตลาด
มากกว่าตัวเลขเศรษฐกิจ และอาจกดดันให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงได้เช่นกันในระยะ
ต่อไป นักวิเคราะห์ด้านเทคนิคของเราให้แนวรับของดัชนีหุ้นไทยที่ระดับ 684-688
จุด และแนวต้านที่ระดับ 696-702 จุด ตามลำดับ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการทยอย
สะสมหุ้นควรเน้นลงทุนในหุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 4/52 จะออกมาแข็งแกร่ง,
สามารถรักษาศักยภาพในการทำกำไรได้ต่อเนื่องในปี 2553, และจ่ายเงินปันผลใน
ระดับที่น่าประทับใจ โดยวันนี้เราขอแนะนำ SSI และ BBL  
นักลงทุนต่างประเทศยังขายสุทธิต่อ: เราพบว่านักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ  
1,136 ล้านบาทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขามียอดขายสุทธิสะสมสูงถึง 7,485
ล้านบาทในเดือนมกราคม อย่างไรก็ตามนักลงทุนสถาบันในประเทศกลับมียอดขาย
สุทธิสะสมสูงกว่า โดยมียอดขายสุทธิในเดือนมกราคมทั้งสิ้น 8,210 ล้านบาท แม้นัก
ลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิออกมามากในเดือนมกราคม แต่เราทุกคนต่างรู้กันดี
ว่าท้ายสุดแล้วพวกเขาจะกลับมาซื้อสะสมอีกครั้งอย่างแน่นอน ดังนั้นหากไม่มีปัญหา
การเมืองกดดัน เราเชื่อว่านักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศจะกลับเข้าตลาดหุ้น
ไทยอีกครั้ง พร้อมช่วยผลักดันดัชนีตลาดหุ้นไทยให้ทะยานขึ้นต่อได้  
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้: นักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะยังเฝ้า
ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัทจด
ทะเบียนกว่า 80% ต่างรายงานผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาดมาก โดยเฉพาะใน
กลุ่มสถาบันการเงิน, วัสดุก่อสร้าง, และสินค้าที่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค ในสัปดาห์
นี้บริษัทจดทะเบียนที่ถูกคำนวณในดัชนี S&P500 จำนวน 94 ราย และบริษัทที่ถูก
คำนวณในดัชนี Dow Jones จำนวน 3 รายจะมีการรายงานผลประกอบการ เราคาดว่า
นักลงทุนจะให้ความสำคัญกับผลประกอบการของบริษัท Exxon-Mobil, Pepsi,
Sisco, Time Warner และ Pfizer ในคืนนี้สำนักงบประมาณของสหรัฐฯ จะมีการเสนอ
รายละเอียดร่างกฎหมายงบประมาณประจำปี 2553 ซึ่งนักลงทุนต่างคาดหวังที่จะเห็น
การจำกัดรายจ่าย และลดการขาดดุลงบประมาณลงตามที่ประธานาธิบดีโอบามาได้
ให้สัญญาไว้ก่อนหน้านี้  ขณะเดียวกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Tim Geithner
จะมีการแถลงกฎหมายฉบับดังกล่าวต่อสภาครองเกสในคืนวันอังคาร (ตามเวลา
ประเทศไทย) นอกจากนี้ในคืนวันอังคารทางการสหรัฐฯ จะมีการรายงานตัวเลขยอด
ขายรถยนต์ด้วย
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของเอเชียในสัปดาห์นี้: ประเทศจีนจะมีการรายงานตัว
เลขยอดสั่งซื้อของภาคธุรกิจ (PMI) ในวันนี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าตัวเลขยอดสั่งซื้อ
ในเดือนมกราคมจะขยายตัว 6.7% yoy ซึ่งสูงกว่าระดับ 6.6% yoy ในเดือนธันวาคม
อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงมีความกังวลกับตัวเลขการปล่อยสินเชื่อของจีนที่คาดว่า
จะชะลอตัวลง หลังทางการเริ่มใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยตัวเลข
ปริมาณเงิน และปริมาณการปล่อยสินเชื่อของจีนในเดือนมกราคมจะมีการประกาศใน
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ นี้ นอกจากนี้ญี่ปุ่นจะมีการรายงานตัวเลขดัชนีชี้นำเศรษฐกิจในวัน
ศุกร์
ทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่ได้ช่วยหนุนภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยแต่อย่าง
ใด: ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 53.13 จุด หรือ 0.52% ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่
ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลงแรงกว่า 0.98% และ 1.45% ตามลำดับ
สาเหตุเกิดจากนักลงทุนยังคงมีความกังวลกับภาวะเศรษฐกิจ, การจ้างงาน และตลาด
อสังหาริมทรัพย์ หลังทางการประกาศตัวเลข GDP ออกมาดีกว่าคาด เราพบว่าค่าเงิน
US dollar เทียบยูโรแข็งค่าขึ้น 0.7% เป็น 1.3867 เหรียญสหรัฐฯ ต่อยูโร ขณะที่ค่า
เงิน US dollar เทียบปอนด์แข็งค่าขึ้น 0.8% เป็น 1.5999 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปอนด์
และค่าเงินUS dollar เทียบเยนแข็งค่าขึ้นเป็น 90.39 เยนต่อเหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้
เราพบว่าค่าเงิน US dollar ที่แข็งค่าขึ้นส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับ
ตัวลง โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวลง 0.01 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 72.88 เหรียญ
สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าปรับตัวลง 1.60 เหรียญสหรัฐฯ เป็น
1,083.20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัว 5.7% ในไตรมาส 4/52: เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
สหรัฐฯ รายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 4/52 เบื้องต้นขยายตัว 5.7% ซึ่งดีขึ้นต่อเนื่อง
จากระดับ 2.2% ในไตรมาส 3/52 ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากฐานที่ต่ำมากในช่วงเดียวกัน
ของปี 2551 หลังสหรัฐฯ ประสบปัญหาวิกฤตการเงิน ขณะที่ธุรกรรมการค้าระหว่าง
ประเทศหดตัวลงอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามหากตัดรายการการเปลี่ยนแปลงในสินค้า
คงคลังออก เราพบว่า GDP ในไตรมาส 4/52 ของสหรัฐฯ จะขยายตัวเพียง 2.2% yoy
เราคิดว่านี่เป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรทราบ เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความ
กังวลว่าหากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลหมดลง และการสะสมสินค้าคงคลัง
ของภาคเอกชนเริ่มชะลอตัวลง เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจต้องเผชิญภาวะถดถอยทาง
เศรษฐกิจอีกครั้ง ประเด็นสำคัญอีกข้อคือเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
หากตัวเลอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับสูงถึง 10% นักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ ได้นำ
เสนอตัวเลขที่น่าสนใจมากคือ แม้สหรัฐฯ จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.75 แสนตำแหน่ง
ต่อเดือน สหรัฐฯ จะต้องใช้เวลานานถึง 4 ปีกว่าจะสามารถหางานให้กับคนว่าง
งานกว่า 8 ล้านรายในขณะนี้ได้ครบ
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนธันวาคม ออกมาดีกว่าคาดมาก: เมื่อช่วงบ่าย
วันศุกร์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานดัชนีเศรษฐกิจที่สำคัญประจำเดือน
ธันวาคม ซึ่งรายงานแสดงถึง การเติบโตของผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
(Manufacturing output), การบริโภคภายในประเทศ และดุลการค้า ออกมาดีกว่าที่
เราคาดมาก ถึงแม้การเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะเป็นการเพิ่มขึ้น
จากฐานที่ต่ำ แต่เมื่อพิจารณาเทียบกับเดือนพฤศจิกายน การเติบโตก็ยังเป็นไปอย่าง
ก้าวกระโดด ซึ่งทำให้ประมาณการ GDP ไตรมาส 4/52 ที่เราคาดว่าจะเติบโต 3%
อาจจะต่ำเกินไป ซึ่งที่จริงแล้วตลาดหุ้นไทยน่าจะได้รับปัจจัยบวกจากรายงานตัวเลข
เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งข้างต้น แต่จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองทำ
ให้นักลงทุนไม่ให้น้ำหนักกับข่าวเชิงบวกนี้มากนัก  





Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday735
mod_vvisit_counterAll days735

We have: 735 guests online
Your IP: 216.73.217.11
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 25, 2026

4266360