|
บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/02/53
แนวโน้มตลาดวันนี้ เราคาดว่ามูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยจะเบาบางในช่วงต้นสัปดาห์นี้ เนื่องจากตลาด หุ้นฮ่องกง และสิงคโปร์ปิดทำการในเทศกาลตรุษจีน แม้ว่าตรุษจีนปีที่แล้ว และช่วงปีใหม่ที่ผ่าน มา ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งจากแรงหนุนของนักลงทุนสถาบันในประเทศ เนื่องจาก นักลงทุนกลุ่มอื่นๆ หยุดพักร้อนในช่วงวันหยุดดังกล่าว อย่างไรก็ตามเราไม่แน่ใจว่าในช่วง เทศกาลตรุษจีนปีนี้ ตลาดหุ้นไทยจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีเช่นในอดีต เนื่องจากขณะนี้ ปัญหาการเมืองในประเทศเริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นก่อนการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน บาท เราเชื่อว่านักลงทุนสถาบันในประเทศจะเน้นกลยุทธ์เลือกลงทุนแบบรายตัว โดยเฉพาะใน หุ้นที่คาดว่าจะสามารถรักษาระดับการเติบโตของกำไรได้ดี และจ่ายเงินปันผลในระดับสูง จาก แนวโน้มดังกล่าวเราขอแนะนำนักลงทุนให้เลือกลงทุนในหุ้นรายตัวที่นักลงทุนสถาบันในประเทศ สนใจ เนื่องจากคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ วันนี้เราขอแนะนำ BEC และ ADVANC ซื้อหุ้นที่นักลงทุนสถาบันนิยม: เราคาดว่านักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะกองทุนใน ภูมิภาคจะชะลอการลงทุนในสัปดาห์นี้เพื่อหยุดเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ทำให้มูลค่าการ ซื้อขายของนักลงทุนสถาบันในประเทศจะเข้ามามีบทบาทในการชี้นำทิศทางตลาดหุ้นไทยใน สัปดาห์นี้แทน แม้แรงซื้อหุ้นของนักลงทุนสถาบันในประเทศจะช่วยจำกัด กรอบการปรับตัวลง (Downside) และอาจช่วยหนุนตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวขึ้นต่อได้ แต่เรามองว่ากรอบการปรับตัว ขึ้น (Upside) จะมีจำกัด เนื่องจากปัญหาการเมืองในประเทศเริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นก่อนการ ตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ในอีก 2 สัปดาห์ ดังนั้นเราเชื่อว่านักลงทุนกลุ่มอื่นๆ จะไม่ เร่งรีบซื้อหุ้นตาม ทั้งนี้หากปัญหาการเมืองคลี่คลายไปในทางที่ดี เราเชื่อว่า Upside ของตลาดจะ เริ่มเปิดกว้างมากขึ้น ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้: ทางการจีนได้มอบของขวัญปีใหม่ที่ไม่น่าพิศมัย สักเท่าไรในช่วงบ่ายวันศุกร์หลังตลาดหุ้นจีน และฮ่องกงปิดทำการ โดยบังคับให้ธนาคารพาณิชย์ เพิ่มเงินสดสำรองตามกฎหมายขึ้น ทั้งนี้ตลาดหุ้นจีน และไต้หวันจะปิดทำการในสัปดาห์นี้ทั้ง สัปดาห์ ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงจะปิดทำการในวันจันทร์ และวันอังคาร ญี่ปุ่นจะมีการรายงานตัว เลข GDP ไตรมาส 4/52 ในช่วงบ่ายวันนี้ โดยตลาดคาดการณ์ตัวเลขอัตราการขยายตัวของ เศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 4/52 ไว้ที่ +4.0% ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ส่วนที่สอง: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปิดทำการในคืน วันจันทร์เนื่องในวันประธานาธิบดี แม้สภาครองเกสจะยังปิดทำการต่อ แต่สถาบันการเงิน และ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเริ่มเปิดทำการในวันพรุ่งนี้ หลังจากที่ประเทศสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับพายุหิมะ ในสัปดาห์ก่อน ในสัปดาห์นี้สหรัฐฯ จะมีการรายงานตัวเลขเกี่ยวกับภาคอสังหาริมทรัพย์หลายตัว ทั้งตัวเลข Empire Manufacturing ประจำเดือนกุมภาพันธ์ในคืนวันอังคาร รวมถึงตัวเลขยอด การสร้างบ้านใหม่ประจำเดือนมกราคมในคืนวันพุธ นอกจากนี้ในคืนวันพุธจะมีการรายงานตัว เลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมด้วย สำหรับคืนวันศุกร์กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะรายงานตัวเลข อัตราเงินเฟ้อประจำเดือนมกราคม ค่าเงิน US dollar ยังแข็งค่าต่อ: ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ค่าเงิน US dollar เทียบเงิน สกุลหลักแข็งค่าขึ้น หลังทางการรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกออกมาดีกว่าคาด ผสมกับความกังวล ของนักลงทุนต่อปัญหาเครดิตของประเทศในกลุ่มยูโรโซน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายด้วยสกุล เงิน US dollar เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวขึ้นเพียง 0.07 เหรียญสหรัฐ ฯ เป็น 74.20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าปรับตัวลง 4.50 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,090.20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์
แนวการลงทุน: เราคงสัดส่วนการถือครองหุ้นที่ 60%
สัดส่วนลงทุน: หุ้น = 60% เงินสด = 40%
หุ้นแนะนำ กลุ่มพลังงาน : PTT, PTTEP, BANPU, PTTAR, IRPC กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : BBL, KBANK, TCAP, KTB กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ : SPALI, AP, LPN, QH กลุ่มวัสดุก่อสร้าง : SCC, TASCO, DCC, SSI กลุ่มสื่อสาร : ADVANC, DTAC กลุ่มอิเล็คโทรนิคส์ : HANA กลุ่มเดินเรือ : TTA กลุ่มอื่นๆ : CPF, TPC, TVO, AIT, MAJOR
|
Comments