|
สถาบันวิจัยนครหลวงไทย : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/02/53
แนวโน้มตลาดวันนี้ SCRI คาดตลาดฯมีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากทางการจีนประกาศปรับขึ้น เพดานเงินสำรองของธนาคารครั้งที่ 2 ในวันศุกร์ที่ 12 ก.พ. อีก 0.50% ซึ่งเร็วกว่าที่ ตลาดฯคาดการณ์ ในขณะที่แผนการช่วยเหลือกรีซยังคงไม่มีความชัดเจน ด้านปัจจัย การเมืองในประเทศเริ่มมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นในช่วงเข้าใกล้วันที่ 26 ก.พ. ดังนั้น โดยสรุปทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุน สำหรับ การหยุดทำการของตลาดหุ้นฮ่องกงและสิงคโปร์ในวันที่ 15-16 ก.พ. คาดจะส่งผลให้ การซื้อขายของนักลงทุนต่างประเทศชะลอตัวลง กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ ซื้อเก็งกำไร หุ้น Sweet Spot โดยมี จุด Stop loss ที่ 680 จุด ส่วนนักลงทุนระยะกลาง-ยาว แนะนำ ซื้อสะสม “หุ้นกลุ่มเงิน ปันผลสูง” SPALI (0.38 บาท) TRT (0.52 บาท) TMT (0.40 บาท) และ TPAC (0.52 บาท) ตัวเลขในวงเล็บเป็นเงินปันผลที่คาดจะจ่าย และ หุ้น Defensive ได้แก่ HMPRO / CPALL / GLOW ประเด็นสำคัญ หุ้น Sweet spot วันนี้ ได้แก่ CK (5.20-5.50) CSL (3.12-3.3) CPALL (23.60-25.25) ทางการจีนประกาศปรับเพิ่มเพดานสำรองของธนาคารครั้งที่ 2 ในรอบ 2 เดือนอีก 0.50% ตลาดหุ้นฮ่องกง-สิงคโปร์หยุดทำการวันที่ 15-16 ก.พ. ตลาดหุ้นจีนหยุดทำ การ 15-19 ก.พ. เนื่องจากเทศกาลวันตรุษจีน ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดทำการวันที่ 15 ก.พ. เนื่องจากวันประธานาธิบดี รายงานผลประกอบการ : ADVANC มีกำไรสุทธิปี 2552 ที่ 17,055 ล้าน บาท EPS 5.76 บาท เพิ่มขึ้น 4% yoy และ ประกาศจ่ายเงินปันผลของ 2H/52 รวม 8.30 บาท / TUF มีกำไรสุทธิปี 2552 ที่ 3,343 ล้านบาท EPS 3.79 บาท เพิ่มขึ้น 30% yoy / TTA ขาดทุนใน Q1/53 จำนวน 65 ล้านบาท EPS -0.09 บาท ลดลงจาก Q1/52 ที่มีกำไรสุทธิ 897 ล้านบาท / UMS ขาดทุนสุทธิใน Q4/52 เท่ากับ 120 ล้าน บาท แต่ทั้งปี 2552 ยังมีกำไรสุทธิรวม 88 ล้านบาท ปัจจัยต่างประเทศ ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดลดลง 45.05 จุด ปิดทีระดับ 10,099.14 จุด จาก ความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเสี่ยง จากมาตรการคุม เข้มของจีน รวมถึง ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ.ต่ำกว่าที่คาดการณ์ Dollar Index แข็งค่าขึ้นปิดที่ระดับ 80.30 จุด จากแผนการช่วยเหลือกรีซยัง ไม่มีความชัดเจนส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงต่ำสุดรอบ 9 เดือน ทั้งนี้ แหล่ง ข่าวจากกลุ่มประเทศยุโรประบุว่าการประชุมของรัฐมนตรีคลังในสัปดาห์นี้จะไม่หารือ เกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือกรีซ GDP ไตรมาสที่ 4/52 ของกลุ่มประเทศยุโรป (16ประเทศ) เพิ่มขึ้น 0.1% qoq ชะลอตัวจากไตรมาสที่ 3/52 โดยเศรษฐกิจเยอรมนีชะลอตัวมากกว่าที่คาด การณ์ GDP ไตรมาสที่ 4/52 ของญี่ปุ่นขยายตัว 1.1%qoq สูงกว่าที่ Consensus คาดการณ์ เนื่องจากได้รับผลประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั่ว โลก อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยังคงไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจในปี 2553
ปัจจัยในประเทศ ภาคเอกชนประเมิน การเมืองยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักสำหรับการฟื้นตัวของ ภาคเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 2553 พร้อมชี้ประเทศเวียดนามและมาเลเซียเป็นคู่ แข่งที่สำคัญในอนาคต รัฐบาลกระตุ้นธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ให้แก่งบโครงการไทยเข้ม แข็ง โดยล่าสุด 5 ธนาคารประกอบด้วย ธ.กรุงไทย ธ.ออมสิน ธ. มิซูโฮ ธ.กสิกรไทย ธ. ทหารไทย เป็นผู้ชนะการประมูลเงินกู้เพื่อมาลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็งมูลค่า รวมกว่า 9 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 464 ล้านบาท (สถาบันซื้อสุทธิ 652 ล้านบาท) มีสถานะ Long ในตลาดฟิวเจอร์สุทธิ 2,095 สัญญา
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนมี.ค.ปิด ลดลง 1.15 ดอลลาร์ ปิดที่ 74.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากรายงาน EIA ที่ระบุว่า สต๊อกน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล ราคาทองคำตลาดนิวยอร์ก ปิดลดลง 4.70 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,090.00 ดอลลาร์/ออนช์ จากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ค่าระวางเรือปิดที่ 2,571 จุด ลดลง 4 จุด SCRI คาดว่า ดัชนี BDI จะฟื้นตัว ต่อเนื่องในช่วงปลายเดือน ก.พ.
อุตสาหกรรมเด่น SCRI มีมุมมองในเชิง Neutral ต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์: โดยประเมินตัวเลข ยอด Presale ในปี 2552 จาก 7 ผู้ประกอบการใหญ่คือ QH / LPN / SPALI / SIRI / PS / AP / LH จำนวน 106,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตถึง 37% yoy โดยรายได้ส่วนหนึ่ง จะรับรู้ในปีนี้เป็นฐานที่แข็งแกร่งมากพอที่จะทำให้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์สามารถกลับ ไปเติบโตตามกลไกปกติได้ซึ่งจะเพิ่มความเป็นไปได้ของการไม่ต่ออายุลดหย่อน มาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์คือ ลดภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.11% ค่า ธรรมเนียมการโอนฯและจดจำนองจาก 2% และ 1% เหลือ 0.01% ที่จะหมดอายุในวัน ที่ 28 มี.ค.2553 อย่างไรก็ตาม หากมีการต่อมาตรการจริง จะเป็นปัจจัยบวกและสนับ สนุนให้ผลประกอบการของกลุ่มเติบโตต่อเนื่องในปี 2553 เปรียบเทียบกับการไม่ต่อ อายุมาตรการที่ทำให้คาดว่าจะมี QH และ PS ที่จะมีผลประกอบการต่อโตเนื่องอย่าง โดดเด่น
หุ้นเด่น GLOW : แนวโน้มกำไรใน Q4/52 ที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 10%qoq และ 235% yoy ส่งผลให้คาดกำไรทั้งปี 2552 ดีกว่าคาดเดิม 7% เป็น 4,163 ล้านบาท สำหรับ แนวโน้มผลการดำเนินงานในอนาคตของ GLOW คาดจะกลับมาสู่ช่วงขาขึ้น จากแรง ผลักดันของกำลังการผลิตใหม่คาดจะหนุนให้กำไรปี 2555 ปี 2553-2555 เติบโตกว่า 20% CAGR อีกทั้ง เงินปันผลคาดจะอยู่ในระดับสูง 6.12%-7.77% ทำให้ SCRI ยัง คงคำแนะนำ “ซื้อ” 40 บาท/หุ้น HMPRO : คาดกำไรสุทธิสำหรับงวด Q4/52 จะทำสถิติสูงสุดเป็น ประวัติการณ์ที่ 356 ล้านบาท จากยอดขายที่คาดจะเติบโตราว 12% yoy เป็น 5.8 พัน ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นจากการปรับสัดส่วนยอดขายสินค้า House Brand เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ SCRI ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2553 ขึ้นราว 4.6% เป็น 1.3 พันล้านบาท สะท้อนแนวโน้มผลการดำเนินงานที่เติบโต ดังนั้น ยังคงคำแนะ นำ “ซื้อ” 6 บาท/หุ้น
|
Comments