Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 15/02/53
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 15/02/53 PDF Print E-mail
Monday, 15 February 2010 09:56

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/02/53

ตลาดขึ้นมาพอควรแล้ว..ต้องเริ่มระวังการปรับตัวลงหา 670 !!
              เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียปิดทำการกันหมดแล้ว ทางการ
จีนได้ประกาศให้แบงก์ต้องกันสำรองเพิ่มเติมอีก 0.5% เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. ขณะที่ตัวเลข
เศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปที่ประกาศออกมาดูไม่ดีนัก ส่วนการเมืองไทยเริ่มร้อนแรงขึ้น หลังมี
การพบระเบิดถึง 2 จุดใน กทม. สร้างความไม่มั่นใจในสถานการณ์ก่อนวันตัดสินคดียึดทรัพย์อดีต
นายกฯ ทักษิณในวันที่ 26 ก.พ.นี้ โดยวันนี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคส่วนใหญ่ปิดทำการ รวมถึงตลาดหุ้น
สหรัฐก็จะปิดทำการในคืนนี้จากวันหยุด Presidents’ Day ทำให้คาดว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้จะค่อน
ข้างเงียบเหงา ซึ่ง FSS ยังมองว่า SET มีโอกาสที่จะหลุดลงไปเคลื่อนไหวแถว 670 จุดหรือต่ำ
กว่าก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาให้เห็นจริงจังมากขึ้นได้ ดังนั้นช่วงนี้จึงแนะนำให้เริ่มชะลอการ
เข้าเทรดดิ้ง เพื่อเน้นถือเงินสดไว้สำหรับรอทยอยซื้อเมื่อตลาดปรับตัวลงไปตามคาด โดยเรายัง
แนะนำให้ทยอยเข้ารับหุ้นที่คาดว่าจะจ่ายปันผลสูงไว้ก่อนในลำดับต้นๆ ของการทยอยซื้อ สำหรับ
หุ้นที่แนะนำได้แก่ AIT,  ADVANC, CSL, DELTA, LPN, MCOT, TRT, SPALI, TUF,
TVO เป็นต้น

 ประเด็นสำคัญวันนี้
           น่าจะได้เห็นการขึ้น RRR อีกหลายครั้งในปีนี้ ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาธนาคารกลางจีน
ประกาศปรับขึ้นอัตราการกันสำรอง (Reserve Requirement Ratio - RRR) ของธนาคาร
พาณิชย์ทุกแห่งอีก 0.5% ของเงินฝาก โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. เป็นต้นไป ซึ่งจะ
มีผลให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ต้องดำรงเงินสดตามกฎหมายเพิ่มขึ้นเป็น 16.5% ของเงิน
ฝากจากเดิม 16.0% และธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กต้องดำรงเงินสดเพิ่มเป็น 14.5% จากเดิม
14.0% ของเงินฝาก การขึ้น RRR ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน แม้จะเป็น
ที่คาดการณ์อยู่แล้วแต่ถือว่าค่อนข้างเร็วกว่าตลาดคาด การเพิ่ม RRR ครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณ
การคุมเข้มนโยบายการเงินที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งแสดงว่ายังไม่ต้องการปรับขึ้นดอกเบี้ย
นโยบายในขณะนี้ มีการประเมินกันว่าการปรับขึ้น RRR 1% จะทำให้สภาพคล่องลดลงประมาณ
5 แสนล้านหยวน ดังนั้น เราอาจเห็นธนาคารกลางจีนปรับขึ้น RRR อีกหลายครั้งไม่ต่ำกว่า
200bps ในปีนี้ ไม่เช่นนั้น จีนอาจใช้การกำหนดโควตาการปล่อยสินเชื่อเหมือนที่เคยทำในปี
2005 – 2008 ก็ได้
              ความสนใจของตลาดยังอยู่ที่ยูโรโซน ตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ยังพุ่งความสนใจไปที่ปัญหา
ในยูโรโซน โดยเฉพาะฐานะที่หนี้สินของกรีซที่สูงถึงกว่า 3 แสนล้านยูโร (กว่า 15 ล้านล้านบาท)
สูงที่สุดในยุโรป โดย 2.5 หมื่นล้านยูโรจะครบกำหนดชำระในเดือน เม.ย. และ พ.ค. นี้ ในขณะที่
อันดับความน่าเชื่อถือของกรีซล่าสุดอยู่ที่ BBB+ (ลงจาก A-) จากการประเมินของ Fitch’s และ
S&P’s ส่วน Moody’s ให้อันดับเครดิตที่ A1 (ลงจาก A2) เป็นอันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ำที่สุด
ในยูโรโซน ซึ่งหมายถึงต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น การประชุมของผู้นำกลุ่มยูโรโซนในวันที่ 15 –
16 ก.พ. นี้ ตลาดคาดหวังว่าจะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากกว่าการประชุมในวันที่ 11 ก.พ. ที่
ผ่านมา แต่เราคาดว่าความช่วยเหลือน่าจะออกมาในรูปการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระหว่างรัฐบาลต่อ
รัฐบาล การค้ำประกันเงินกู้ หรือการรับซื้อพันธบัตรของรัฐบาลกรีซ ซึ่งทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่การแก้
ปัญหาที่ต้นเหตุ
            สัปดาห์นี้ดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า จำกัดการขึ้นของตลาดหุ้นและโภคภัณฑ์ ผลกระทบ
ทางตรงกับไทยในกรณีกรีซ ค่อนข้างน้อยมากเพราะไทยส่งออกไปยังกรีซต่ำกว่า 0.3% ของ
มูลค่าการส่งออกรวม แต่หากยูโรโซนอ่อนแอลง ย่อมมีผลกระทบเพราะตลาดยูโรโซนคิดเป็น
11% ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทย ส่วนผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยคือค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลง
ในระยะกลาง ซึ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นโดยเปรียบเทียบ เป็นผลลบกับสินทรัพย์เสี่ยงทั้ง
ตลาดหุ้นและโภคภัณฑ์
GDP ของญี่ปุ่นดีกว่าตลาดคาด ญี่ปุ่นรายงาน GDP 4Q09 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.1% Q-Q ดีกว่า
ตลาดคาดที่ 0.9% Q-Q ทั้งนี้ เป็นการผลมาจากการขยายตัวของการใช้จ่ายของภาครัฐและการ
ส่งออก ส่งผลให้ GDP ทั้งปี 2009 เติบโต 4.6% ดีกว่าตลาดคาดที่ 3.9% โดยการส่งออกมีส่วน
Contribute ให้ GDP growth 0.5% และสัญญาณที่ดีคือการบริโภคในประเทศมีส่วน
contribute ให้ GDP growth 0.6% และญี่ปุ่นยังคงครองขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2
ของโลก
             สัปดาห์นี้หลายตลาดปิดตรุษจีน สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นในเอเชียเงียบเหงาเพราะหลายตลาด
ปิดตรุษจีน โดยตลาดหุ้นจีน ไต้หวัน เวียดนามหยุดวันที่ 15 – 19 ก.พ. ตลาดหุ้นสิงคโปร์และ
ฮ่องกงหยุดวันที่ 15 – 16 และตลาดหุ้นมาเลเซียและเกาหลีใต้หยุดวันที่ 15 ก.พ. วันเดียว ส่วน
ตลาดหุ้นและตลาดการเงินในวอลล์สตรีทหยุดวันจันทร์เนื่องในวัน President’s Day

           Technical View : “ตลาดขึ้นชนแนวต้าน 702 จุดแล้ว เริ่มมีแรงขายกดดัน คาดว่า
สัปดาห์นี้มีสิทธิแกว่งแคบๆ ในกรอบ 690-702 จุด หรืออาจเริ่มต้นไหลลงต่อเนื่องทันทีได้ ดังนั้น
ควรชะลอการเข้าเทรดดิ้งไว้ก่อนดีกว่า...”
             แนวรับ    :   694-690* , 686-680** , 669-666   
             แนวต้าน  :   702***

Technical Picks:
TISCO (Bt 21.60 เป้าเทคนิค 22.50-23 cut loss ถ้าหลุด 21)
KASET (Bt 5.90 เป้าเทคนิค 6.50 cut loss ถ้าหลุด 5.80)
THCOM (Bt 6.45 เป้าเทคนิค 7 cut loss ถ้าหลุด 6.30)    
    
 

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday898
mod_vvisit_counterAll days898

We have: 897 guests online
Your IP: 216.73.216.236
Mozilla 5.0, 
Today: May 16, 2026

4252392